เปิดรายละเอียด ข้อเท็จจริง BCPG ชี้แจงกรณี Capital Asia Investments ถูกสิงคโปร์สั่งอายัดทรัพย์กองทุน CAI ย้ำยึดธรรมาภิบาลโปร่งใส ไม่กระทบการดำเนินงานบริษัท
จากกรณีที่หน่วยงานกำกับดูแลของสิงคโปร์ ทั้งตำรวจและธนาคารกลาง (MAS) ได้เข้าตรวจสอบ และอายัดทรัพย์สินของกองทุน Capital Asia Investments (CAI) ล่าสุดทางบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) BCPG ชี้แจงกรณี Capital Asia Investments เพื่อแสดงสถานะความสัมพันธ์ต่อสาธารณชน โดยยืนยันชัดเจนว่า กองทุนดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทเท่านั้น และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการบริหารงาน หรือการกำหนดทิศทางนโยบายของ BCPG
ยันไร้ตัวแทน CAI ในบอร์ดบริหาร มุ่งเน้นโปร่งใสตามมาตรฐานสากล
ในการออกแถลงการณ์ครั้งนี้ บริษัทฯ ได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญเพื่อลดความกังวลของนักลงทุน ดังนี้
- สถานะการถือหุ้น: กองทุน CAI เป็นเพียงผู้ลงทุนรายหนึ่ง (Shareholder) ไม่ได้มีสถานะเป็นผู้บริหาร
- โครงสร้างกรรมการ: ไม่มีกรรมการหรือตัวแทนจากกองทุน CAI เข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) หรือทีมบริหารจัดการแต่อย่างใด
- ความเป็นอิสระ: การดำเนินงานทั้งหมดของ BCPG เป็นอิสระจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ และยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจเดิมที่วางไว้
ยึดมั่นหลักบรรษัทภิบาล (Good Governance) เพื่อความยั่งยืน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล และการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดถือความโปร่งใส และจริยธรรมทางธุรกิจเป็นหัวใจหลัก การออกมา ชี้แจงกรณี Capital Asia Investments ในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นมืออาชีพของคณะกรรมการ และทีมผู้บริหารที่พร้อมจะปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียม
ในโลกการลงทุนยุคปัจจุบัน ปัจจัยด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่นักลงทุนใช้ประเมินความเสี่ยง การที่บริษัทจดทะเบียนมีความโปร่งใสในการสื่อสาร และมีโครงสร้างการบริหารที่เป็นอิสระจากผู้ถือหุ้นที่มีปัญหาทางกฎหมาย จะช่วยสร้างเกราะป้องกันความเชื่อมั่น (Investor Confidence) แม้ในช่วงที่ตลาดเผชิญกับข่าวลบจากภายนอกก็ตาม ซึ่ง BCPG ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม ในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างรวดเร็วและชัดเจน
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : วินด์ เอนเนอร์ยี่ เผยโรดแมปทุ่ม ลงทุนพลังงานหมุนเวียน 2 หมื่นล้าน



