BCPG ขายหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯมูลค่า 18,000 ล้านบาท

กดแชร์

BCPG ขายหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐมูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท คาดรับรู้กำไรไตรมาส 3/2569 ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องและรองรับแผนการลงทุนตามยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ ในอนาคต

นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ บีซีพีจี  มีมติเห็นชอบการจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 แห่งในรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา รวมกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 426 เมกะวัตต์ คิดเป็นมูลค่ากิจการรวมกว่า 575 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 18,754 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถโอนหุ้นและรับชำระเงินได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2569 ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องและรองรับแผนการลงทุนตามยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ ในอนาคต

ทั้งนี้ตามที่บริษัทย่อยของ BCPG ได้เข้าลงทุนในสัดส่วน  25 %ใน Hamilton Holdings II, LLC (“Hamilton”) ซึ่งถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 แห่ง ได้แก่ โครงการ Hamilton Liberty กำลังการผลิตติดตั้ง 848 เมกะวัตต์ และโครงการ Hamilton Patriot กำลังการผลิตติดตั้ง 857 เมกะวัตต์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา  คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนรวมประมาณ 426 เมกะวัตต์ นั้น

“ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 7/2569 ได้มีมติเห็นชอบให้เข้าทำธุรกรรมการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าว และให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยกำหนดจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 7 ก.ค.2569 ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) โดยการจำหน่ายหุ้นดังกล่าว เป็นการจำหน่ายหุ้นร่วมกับผู้ถือหุ้นใน Hamilton รายอื่นทั้งหมด ภายใต้เงื่อนไขสิทธิบังคับเข้าร่วมขายหุ้น (Drag-along Rights) ซึ่งบริษัทฯ ได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569

ทั้งนี้ การจำหน่ายหุ้นดังกล่าวจะทำให้บริษัทฯ ได้รับเงินสดประมาณ 354 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเมื่อรวมกับเงินปันผลที่บริษัทฯ ได้รับมาแล้วจากโครงการดังกล่าวอีกประมาณ 72 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะทำให้บริษัทฯ ได้รับเงินสดจากการลงทุนดังกล่าวรวมคิดเป็น 1.6 เท่าของเงินลงทุนที่เคยลงทุนไป

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการจำหน่ายหุ้นดังกล่าว บริษัทฯ ยังคงมีการลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกาอีกจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ Carroll County Energy LLC (CCE) และ South Field Energy LLC (SFE)  รวมกำลังการผลิดติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้น 431 เมกะวัตต์ ซึ่งยังคงสนับสนุนความมั่นคงของผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อไป

“การทำธุรกรรมนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินและสภาพคล่องของบริษัทฯ พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสการทางธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต โดยคาดว่าจะสามารถรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าวได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2569”  

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนนำเงินที่ได้รับไปลงทุนตามยุทธศาสตร์ในธุรกิจพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนชำระคืนเงินกู้บางส่วน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ อย่างยั่งยืนในระยะยาว


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles