มาตรการสกัดบัญชีม้า มีผลในทางปฏิบัติแล้ว ตั้งแต่ 1 ส.ค.2567 ภาคธนาคารร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามธนาคาร (CFR) ใช้สอบสวน-อายัดบัญชีผู้ต้องสงสัยได้ทันที ช่วยชาวบ้านไม่ให้ตกเป็นเหยื่อหลอกลวงทางออนไลน์ พบชื่อไหนสงสัย ระงับบัญชีเก่าทั้งหมด และ ไม่อนุญาตให้เปิดบัญชีใหม่
มาตรการสกัดบัญชีม้า กำจัดภัยธุกิจทางการเงิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ประกาศยกระดับ มาตรการสกัดบัญชีม้า ซึ่งเป็นภัยทุจริตทางการเงิน ร่วมกับ สมาคมธนาคารไทย และขอความร่วมมือกับทางธนาคาร เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยยกระดับ การจัดการบัญชีม้า จากระดับ “บัญชี” เป็น “บุคคล” และดำเนินการเข้มข้นขึ้น ทั้งกับบัญชีที่เปิดอยู่แล้วและการเปิดบัญชีใหม่
ทั้งนี้ธปท.ได้ออกหนังสือเวียน เรื่อง การเพิ่มความเข้มงวดในการจัดการบัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีลูกค้า มีความเสี่ยงสูง หรือใช้บัญชี ที่มีลักษณะหรือพฤติกรรมผิดปกติ เพื่อให้ธนาคารนำข้อมูลรายชื่อบุคคล ที่มีความเสี่ยงในระบบ Central Fraud Registry (CFR) ที่เป็นระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลเส้นทางการเงินของภาคธนาคาร เพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวน และอายัดบัญชี ของผู้ต้องสงสัย มาใช้ข้ามธนาคาร เพื่อดำเนินการกับบัญชีต้องสงสัย ได้ครอบคลุมและรวดเร็วขึ้น รวมทั้งเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ระงับทุกบัญชีต้องสงสัย จนกว่าจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้
ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นมา ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ได้เริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามธนาคาร ผ่านระบบ CFR แล้ว และจะดำเนินการตาม มาตรการจัดการบัญชีม้า ด้วยมาตรฐานเดียวกันอย่างเข้มงวด เช่น การระงับช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกบัญชี จนกว่าผู้ที่ถูกระงับบัญชีจะเข้ามา พิสูจน์ข้อเท็จจริง อย่างเข้มข้น รวมถึงพิจารณาไม่อนุญาตให้เปิดบัญชีใหม่ เพื่อป้องกัน และจัดการ ไม่ให้เกิดช่องโหว่ ที่บัญชีม้าจะถูกนำไปสร้างความเสียหายกับผู้อื่นได้อีก
สำหรับ รายชื่อบัญชี ที่มีการแจ้งความ หรือมีประกาศ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แล้ว เจ้าของบัญชี ที่ถูกระงับการใช้บัญชี ต้องประสานกับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center) หรือ AOC 1441 เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวน ความเกี่ยวข้องทางคดีต่อไป
“ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก ขอให้ประชาชนตระหนัก ถึงผลกระทบจากการยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตนเป็น “บัญชีม้า” ทั้งบัญชีเดิม หรือกำลังจะเปิดเพิ่มเติมใหม่ว่า มีโทษอาญาตามกฎหมาย“
ลดความเสี่ยงถูกมิจฉาชีพนำบัญชีไปใช้
สำหรับกรณีรายชื่อบัญชี ที่ธนาคารตรวจพบพฤติกรรมต้องสงสัย แต่ยังไม่มีการแจ้งความกับเจ้าของบัญชี ธนาคารจะดำเนินการตามมาตรการขั้นต่ำ โดยระงับการทำธุรกรรม ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทันที เพื่อให้เจ้าของบัญชีมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกมิจฉาชีพนำบัญชีไปใช้
นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ขอขอบคุณสมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก ที่ได้เร่งจัดทำแนวปฏิบัติ ในการจัดการบัญชีเงินฝากที่ถูกใช้ หรืออาจถูกใช้ ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่มีความเข้มข้น เหมาะสมตามระดับความเสี่ยง รวมทั้งพัฒนาระบบ CFR ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล รายชื่อบัญชีต้องสงสัยข้ามธนาคารกัน
ส่งผลกวาดล้างบัญชีม้า ครอบคลุม รวดเร็ว
จากเดิมที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนข้ามธนาคารได้ ซึ่งจะทำให้การกวาดล้างบัญชีม้า ทำได้ครอบคลุมและรวดเร็วขึ้น รวมถึงสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าว ในการพิจารณาเปิดบัญชีใหม่ด้วย ซึ่งจะช่วยดูแลให้ประชาชนใช้บริการทางการเงินได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ธปท. จะติดตาม การดำเนินการของธนาคาร และประเมินผลของมาตรการ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการบัญชีม้า จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยแก้ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ และช่วยเหลือประชาชน ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่ความเชื่อมั่น ต่อบริการทางการเงินดิจิทัล ต่อไป
สมาคมธนาคารไทย รับลูก ยกระดับ มาตรการสกัดบัญชีม้า
ขณะที่นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก ได้ ดำเนินการจัดการบัญชีม้า ให้เข้มข้นและต่อเนื่อง โดยร่วมกันจัดทำ แนวปฏิบัติของภาคธนาคาร (Industry Standard) ซึ่งเริ่มนำไปปฏิบัติจริงแล้ว
สอดคล้องกับแนวทางที่ ธปท. กำหนดให้ภาคธนาคาร ยกระดับมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน โดยมุ่งป้องกันและจัดการกับบัญชีม้า เพื่อไม่ให้ระบบธนาคาร เป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ ในการรับส่งเงิน ที่ได้จากการหลอกลวงประชาชน แนวปฏิบัติดังกล่าว ดำเนินการป้องกันทั้งบัญชีม้าที่จะเปิดใหม่ และการขยายผลตรวจจับบัญชีม้าที่มีอยู่เดิม
โดยใช้ข้อมูล จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมถึงข้อมูลการแจ้งเหตุผ่านระบบ CFR ของภาคธนาคาร และการรับแจ้งความ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยแต่ละธนาคาร นำข้อมูลรายชื่อบุคคลดังกล่าว มาดำเนินการอย่างเข้มงวด
ระงับบัญชีเก่า ไม่อนุญาตเปิดบัญชีใหม่
เช่น พิจารณาระงับการใช้งานบัญชี ในรายชื่อนั้นทั้งหมดทันที รวมถึงจะพิจารณาไม่อนุญาต ให้เปิดบัญชีใหม่ โดยปัจจุบันภาคธนาคาร ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารรัฐ และธนาคารนานาชาติ ได้ดำเนินการตาม มาตรการจัดการบัญชีม้า ไปแล้วกว่า 15,000 รายชื่อ มาจากข้อมูลที่ถูกรายงานเข้าระบบ CFR ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน ประมาณ 9 เดือน
“ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก ขอให้ประชาชนตระหนัก ถึงผลกระทบจากการยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตนเป็น “บัญชีม้า” ทั้งบัญชีเดิม หรือกำลังจะเปิดเพิ่มเติมใหม่ว่า มีโทษอาญาตามกฎหมาย รวมทั้งผลจากมาตรการที่เข้มงวดของภาคธนาคาร เช่น การพิจารณาระงับการใช้งานบัญชีทั้งหมดทันที รวมถึงจะพิจารณาไม่อนุญาตให้เปิดบัญชีใหม่ ซึ่งจะกระทบ การใช้บริการทางการเงิน ของบุคคลที่มีพฤติการณ์ดังกล่าว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” นายผยงกล่าว



