ธ.ก.ส. ผนึก บช.สอท. เดินหน้า “BAAC Fraud Alert” ฟีเจอร์แจ้งเตือนภัยมิจฉาชีพ บน LINE “BAAC Family” เสริมเกราะป้องกันภัยภัยไซเบอร์ให้คนไทยทั่วประเทศ
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส. ในฐานะธนาคารที่มีบทบาทในการพัฒนาชนบท ดูแลเกษตรกร และชุมชนในทุกภูมิภาคของประเทศ ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางการเงินควบคู่ไปกับการสร้างความปลอดภัยในการใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัล เนื่องจากภัยออนไลน์ในปัจจุบันมีรูปแบบที่ซับซ้อน ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์, SMS หลอกลวง, แอปพลิเคชันปลอม การแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ ตลอดจนกลโกงรูปแบบใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีและวิศวกรรมทางสังคม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและจูงใจให้ประชาชนเปิดเผยข้อมูลสำคัญหรือโอนเงินให้ ซึ่งหากประชาชนขาดเครื่องมือในการปกป้องข้อมูลและเงินออม ก็อาจนำไปสู่ความเสียหายทางด้านการเงินและทรัพย์สินอย่างร้ายแรงได้

ทั้งนี้ในปี 2568 ที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ได้ร่วมมือกับ บช.สอท. ในการพัฒนาบริการแจ้งเตือนภัยมิจฉาชีพผ่าน LINE Official: BAAC Family เพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับความปลอดภัยให้ประชาชนได้เข้าถึงเครื่องมือในการเช็ก – แจ้ง – เตือนภัยมิจฉาชีพได้สะดวกทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ บัญชีม้าหรือบัญชีปลอมที่ต้องสงสัย เว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยและอันตราย รวมไปถึงการแจ้งเบาะแสอาชญากรรมให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียลไทม์ แบบ “All in one place” ครบจบในแชตเดียว ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม
โดยมียอดการใช้งานสะสมสูงถึง 256,634 ครั้ง และจำนวนบัญชีผู้ใช้งาน 43,721 บัญชี (คิดเป็นการใช้งานเฉลี่ยเกือบ 6 ครั้งต่อบัญชีผู้ใช้) ที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงแค่การรับรู้ข่าวสารเตือนภัย แต่ต้องการ “เครื่องมือ” ที่สามารถตรวจสอบและตัดสินใจประเมินความเสี่ยงได้จริงก่อนทำธุรกรรมทางการเงิน
ขณะที่พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวว่า สถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มิจฉาชีพสามารถปรับรูปแบบการหลอกลวงให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชนและเหตุการณ์ที่กำลังได้รับความสนใจ โดยใช้ทั้งการโทรศัพท์ ข้อความ ลิงก์ปลอม แอปพลิเคชันปลอม บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ ตลอดจนเทคโนโลยี AI หรือ Deepfake เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยสามารถตกเป็นเป้าหมายได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เกษตรกร และประชาชนที่อาจยังไม่คุ้นเคยกับรูปแบบภัยออนไลน์ใหม่ ๆ

ภารกิจของ บช.สอท. จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสืบสวนติดตามผู้กระทำความผิดหลังเกิดเหตุ แต่ต้องขยายไปสู่การป้องกันเชิงรุก โดยทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสำหรับตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงได้ก่อนการเปิดเผยข้อมูลสำคัญหรือตัดสินใจโอนเงิน โดยความร่วมมือกับ ธ.ก.ส. ในการพัฒนา BAAC Fraud Alert เป็นตัวอย่างของการนำข้อมูลมาเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ประชาชนใช้งานอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยลดระยะห่างระหว่างข้อมูลเตือนภัยกับผู้ที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูล และเพิ่มโอกาสในการป้องกันความเสียหายก่อนเกิดเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในปีที่ 2 บช.สอท. จะสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูล PCT เพื่อให้การตรวจสอบข้อมูลต้องสงสัยผ่าน Line Official BAAC Family มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมประสานความร่วมมือในการเผยแพร่คำเตือนเกี่ยวกับพฤติการณ์และกลโกงรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนต้องมีสติ ไม่หลงเชื่อข้อมูลที่สร้างความเร่งรีบหรือกดดันให้ตัดสินใจทันที ตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางทางการ และยึดหลัก ‘ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน และตรวจสอบก่อนทุกครั้ง’ ซึ่งการสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากหน่วยงานใดเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงิน ภาคเอกชน สื่อมวลชน และประชาชน เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์ให้แก่สังคมไทย
ภายใต้การสานต่อความร่วมมือครั้งนี้ ธ.ก.ส. และ บช.สอท. จะร่วมขับเคลื่อนการสื่อสารเตือนภัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากขึ้น โดยนำข้อมูลเกี่ยวกับกลโกงและ พฤติการณ์ที่พบมาสื่อสารในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สามารถนำไปใช้ได้จริง และเข้าถึงประชาชนผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตรวจสอบก่อนโอนกลายเป็นพฤติกรรมพื้นฐานในการทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งประชาชนสามารถเข้าใช้บริการ BAAC Fraud Alert ผ่าน LINE Official “BAAC Family” เพื่อค้นหาและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลต้องสงสัย ตลอดจนการติดตามข่าวสารและคำเตือนภัยจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้



