ทิศทาง ตลาดหลักทรัพย์ น้ำมัน ทอง โลก
วันจันทร์นี้ 9 กันยายน 2567 ตลาดหลักทรัพย์ เอเชีย คาดเปิดตลาดในแดนลบ ตามการร่วงลงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท เมื่อวันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2567 หลังนักลงทุนกังวล ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง และ คาดการณ์ เฟด อาจลดอัตราดอกเบี้ยลงแค่ 50 จุด ในสัปดาห์หน้า
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น เปิดตลาดร่วงลงมากกว่า 3% จากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นอีกสัญญาณหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นถึงภาพรวมของ ตลาดหลักทรัพย์ โลก
ดัชนี S&P 500 และ ดัชนี Dow Jone ที่ร่วงลงเมื่อวันศุกร์ ถือเป็นการร่วงลงรายสัปดาห์หนักสุด นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 ส่วนดัชนี Nasdaq ก็ร่วงลง 2.6% เป็นการร่วงลงรายสัปดาห์หนักสุด นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 ความกังวลของนักลงทุนอาจเพิ่มขึ้น ถ้าแนวโน้มเศรษฐกิจไม่ดี และ นโยบายของสหรัฐฯ ไม่เพียงพอ หลังเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่า “เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็น ค่อยไป”
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการ เฟด และ จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ต่างกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ถึงเวลาที่ เฟด จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ในช่วงแถลง และ ตอบคำถาม ไม่มีใครส่งสัญญาณว่า จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 50 จุด
ในขณะที่ ราคาน้ำมัน และ ทอง ก็ร่วงลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นอีกสัญญาณ ที่แสดงถึงความไม่สบายใจของนักลงทุน ต่อภาพเศรษฐกิจโลก
น้ำมันดิบเบรนท์ ปิดที่ 71.62 ลดลง 1.70% ทอง ปิดที่ 2,483.70 ลดลง 0.95%
ทิศทาง ตลาดหลักทรัพย์ เอเชีย
ข้อมูลประกอบการพิจารณา ทิศทางของตลาดหลักทรัพย์ เอเชีย ในวันจันทร์นี้ที่ต้องติดตาม ประกอบด้วย ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของจีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน คือ
- ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีน อัตราเงินเฟ้อ ส.ค.
- จีดีพีของญี่ปุ่น ไตรมาสที่ 2 ปรับปรุงแล้ว
- การค้าของไต้หวัน ส.ค.
ด้านนักลงทุนเริ่มระมัดระวังการลงทุนในหุ้นเอเชียมากขึ้น ขณะที่ JP Morgan ยกเลิกคำแนะนำให้ซื้อหุ้นของจีน เมื่อวันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2567 หุ้นจีนปิดตลาด ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน
คาดว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของจีน จะเพิ่มขึ้นเป็น 0.7% ในเดือนสิงหาคม จาก 0.5% ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งนับว่าดีขึ้น แต่การต่อสู้กับภาวะเงินฝืดก็ยังคงไม่สิ้นสุด โดยคาดว่า ข้อมูลราคาสินค้าหน้าโรงงานจะลดลง 1.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี กับเดือนสิงหาคม
อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางจีน อี กัง เรียกร้องให้ รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการคลัง และ ผ่อนคลายนโยบายการเงินให้มากขึ้น เพื่อสู้กับกับภาวะเงินฝืด
คาดว่าการเติบโตของ GDP ญี่ปุ่นในไตรมาส 2 จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่การส่งออกของไต้หวันในเดือนสิงหาคมคาดว่า จะเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเป็น 7.35% จากผลงานของ บริษัท TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่สุดของโลก และ เป็นพันธมิตรด้านการผลิตกับบริษัท Nvidia
อ้างอิง รอยเตอร์



