นายกฯ ถกบิ๊กซีพีเอฟ-วอริกซ์ กลางเมืองคาซาน เล็งปั้นดีล FTA ดัน การค้ารัสเซีย ยูเรเซีย เปิดประตูสู่ตลาดใหญ่ 150 ล้านคน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย นำทีมภาครัฐขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจต่างประเทศ หนุนภาคเอกชนไทยเร่งขยายลู่ทาง การค้ารัสเซีย ยูเรเซีย อย่างเต็มสูบ ชูจุดแข็งนโยบายต่างประเทศแบบสมดุล “ไม่เลือกข้าง” ท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งช่วยเปิดทางสะดวกให้ทุนไทยเดินหน้าสร้างพันธมิตรใหม่ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้อย่างมั่นคง

นายกฯ นั่งล้อมวงจับเข่าคุย CPF – Warrix ณ เมืองคาซาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2569 (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) ณ ร้านอาหาร Vishya Zolotaya นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมหารือระหว่างอาหารกลางวัน (Working Lunch) กับผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนไทยที่เข้าไปปักหมุดธุรกิจในรัสเซีย จำนวน 2 บริษัทใหญ่ ประกอบด้วย:
- บริษัท CPF Russia จำกัด (ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมเกษตร อาหารสัตว์ และการผลิตอาหาร)
- บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) (ผู้นำธุรกิจด้านการกีฬาและเสื้อผ้ากีฬา)
การหารือครั้งนี้เป็นไปอย่างเข้มข้น เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง รับฟังข้อเสนอแนะแอปพลิเคชันเชิงลึก และหาแนวทางร่วมกันในการผลักดันมูลค่าทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและภูมิภาคยูเรเซีย
รัฐบาลย้ำ รัสเซียคือทำเลทองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยสาระสำคัญว่า นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณภาคธุรกิจไทยทุกคนที่เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง พร้อมระบุว่า รัสเซียเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงมาก นอกเหนือจากความร่วมมือดั้งเดิมอย่าง พลังงาน และ การเกษตร แล้ว รัฐบาลไทยยังเล็งเห็นโอกาสในการต่อยอดไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ได้แก่:
- เทคโนโลยีดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและการท่องเที่ยวสุขภาพ
- อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปขั้นสูง
- เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy)
“ภาคธุรกิจไทยในรัสเซียถือเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ รัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ขยายตลาด และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทยในเวทีโลก อันจะนำไปสู่ประโยชน์และความกินดีอยู่ดีของประชาชนในระยะยาว” นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสำทับ
เอกชนชมนโยบายต่างประเทศถูกทาง จี้รัฐเร่งคลอด Thai-EAEU FTA
ด้านผู้แทนภาคเอกชนไทยระบุว่า ต้องขอบคุณแนวทางการทูตทางเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ไม่เลือกข้าง ทำให้แบรนด์ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากช่องว่างทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันได้อย่างเต็มที่ แม้จะยอมรับว่ายังมีอุปสรรคในเรื่องของ “ระบบธุรกรรมทางการเงิน” ระหว่างประเทศอยู่บ้าง แต่หากมองภาพรวมแล้ว โอกาสในตลาดนี้ถือว่ามหาศาลมาก เพราะนอกจากจะเข้าถึงประชากรรัสเซียกว่า 150 ล้านคนแล้ว รัสเซียยังเป็นประตูเชื่อมต่อไปยังกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราชและยูเรเซียด้วย
ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้ยื่นข้อเสนอแนะฝากให้รัฐบาลเร่งรัดการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Thai-EAEU FTA) ให้เกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อทลายกำแพงภาษีและข้อจำกัดทางการค้าในอนาคต
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : คลังหนุน ไทยช่วยไทยพลัส AI นกกระซิบ ปลดล็อกร้านค้า



