- ลดการออกพื้นที่กลางแจ้ง
- หน่วยงานราชการ-รัฐวิสาหกิจปรับรูปแบบทำงานWFH
- แจ้งเตือนประชาชนผ่านเสียงตามสายหมู่บ้าน
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้มีการกำหนดเขตพื้นที่เป็น 2 ระดับ ได้แก่ เขตพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวังและการป้องกันโรค คือ มีค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยใน 24 ชั่วโมง เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. แต่ไม่เกิน 75 มคก./ลบ.ม. จะมีมาตรการ 1.สนับสนุนหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง 2. จัดเตรียมพื้นที่หรือห้องปลอดฝุ่นในอาคารสถานที่ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน หรือศูนย์รองรับประชาชนกลุ่มเปราะบาง และเขตพื้นที่ที่ต้องมีการควบคุมโรค คือ มีค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยใน 24 ชั่วโมง เกิน 75 มคก./ลบ.ม.
ขณะเดียวกัน ได้มีมาตรการเพิ่มเติมดังนี้ 1. สนับสนุนหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง และจัดเตรียมพื้นที่หรือห้องปลอดฝุ่นในอาคารสถานที่ในเขตพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวังและการป้องกันอย่างต่อเนื่อง 2. หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ พิจารณาปรับรูปแบบการทำงานแบบ Work from home ภาคเอกชนให้พิจารณาปรับรูปแบบการดำเนินงาน ตามสมควรแก่กรณี
3. หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด 4. ใช้กลไกและมาตรการทางกฎหมายตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวโดยให้คณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมจังหวัด/กรุงเทพมหานคร กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเฝ้าระวัง การป้องกัน หรือการควบคุมโรคจากฝุ่น PM2.5 หรือกำหนดมาตรการอื่นใดที่เหมาะสมแก่สภาพของพื้นที่นั้นเป็นการเฉพาะ

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า พร้อมทั้งเห็นชอบมาตรการเพิ่มเติมสำหรับเขตพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคหรืออาการที่เกิดจากการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ตาม พ.ร.บ. ฯ ประกอบด้วย 1. ผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดศูนย์รองรับการอพยพประชาชน (shelter) สำหรับกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงเข้าพักคอยจนกว่าสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อยู่ในภาวะปกติ 2. แจ้งเตือนประชาชนเมื่อเข้าพื้นที่ฝุ่นเกิน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ผ่านช่องทางต่างๆ ผู้นำชุมชน/ผู้ใหญ่บ้าน สื่อสารความเสี่ยงผ่านเสียงตามสายทุกวัน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ทำกิจกรรมเคาะประตูบ้าน (knock door) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แจ้งเตือนผู้ป่วยโรคที่อาจมีอาการกำเริบจากการ สัมผัสฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคหลอดเลือดหัวใจให้ป้องกันตนเองจากการรับสัมผัสฝุ่น PM2.5
3. การเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน สุ่มเลือกพื้นที่เพื่อคัดกรองสุขภาพประชาชนเชิงรุกด้วยแบบสอบถามผ่านระบบออนไลน์ และเก็บพิกัดบ้านของผู้ที่ได้รับการคัดกรอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน นำพิกัดจากผู้ที่เข้ารับบริการจากคลินิกมลพิษออนไลน์ไปดำเนินการคัดกรองสุขภาพประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงกับผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคหรืออาการจากฝุ่น PM2.5 ด้วยแบบสอบถามผ่านระบบออนไลน์
4. การเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรับ(เวชกรรมสิ่งแวดล้อม) ให้หน่วยบริการสุขภาพ คัดกรองผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคหรืออาการจากฝุ่น PM2.5 เพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์วินิจฉัยโรค ที่แผนกต่อไปนี้ แผนกผู้ป่วยนอก (OPD) แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน (ER) แผนกหูคอจมูก แผนกตา แผนกอายุรกรรม แผนกกุมารเวชกรรม และ ลงรหัสโรค (ICD-10) ที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ร่วมกับรหัส Z58.1 ในระบบ HDC/DDS และมาตรการที่ 5 เจ้าบ้านหรือผู้ควบคุมดูแลบ้านผู้ควบคุมดูแลสถานศึกษา หรือผู้ควบคุมดูแลสถานที่อื่น ๆ ให้แจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่พบผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคหรืออาการจากฝุ่น PM2.5



