“บพท.” ชี้ แนวโน้มคนตกงาน 10 ล้านคนใน 2 ปี เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ช่วยด่วน

กดแชร์

บพท. เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ช่วยเหลือคนยากจน คนตกงาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ชี้ แนวโน้มคนตกงาน 10 ล้านคน ในปี 2570 เหตุดิสรัพชั่นเทคโนโลยี ภาวะเศรษฐกิจ เสี่ยงกลายเป็นคนจนดักดาน ชี้ต้องช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า เผยมีงบประมาณจากงบวิจัยปีละ 4-5 พันล้านบาท

ดร.กิตติ สัจจะวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่(องค์กรมหาชน) หรือ รวพ. กล่าวว่า บพท. เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ ในการช่วยเหลือคนยากจนจาก แนวโน้มคนตกงาน โดยการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

เสี่ยงตกงาน 10 ล้านคนในปี 80

ดร.กิตติ กล่าวว่าผลการศึกษาของสำนักงานฯเมื่อปี 2564 พบว่าจะมีคนตกงานจำนวนประมาณ 10 ล้านคนในปี พ.ศ. 2580 เนื่องจาก technology disruption ยกตัวอย่างเช่นเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า คาดว่าจะมีผลกระทบต่อแรงงานจำนวน 200,000 คน ซึ่งเป็นแรงงานในอุตสาหกรรมชิ้นส่วน และวิศวกร จากการจ้างงานทั้งหมด ในอุตสาหกรรมนี้จำนวน 300,000 คน

ตกงานจะเร่งตัวขึ้นสิบปี

อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วทางด้าน AI และเทคโนโลยีในการผลิตที่สามารถนำหุ่นยนต์มาใช้ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ คาดว่า ผลกระทบจะเร่งตัวขึ้น และอัตราการตกงานจะรวดเร็วขึ้น ประมาณ 10 ปี ดังนั้นแนวโน้มของการตกงานครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นภายในปี พ.ศ. 2570 ถ้าไม่มีการดำเนินการใดๆ จะมีความเสี่ยงที่คนกลุ่มเหล่านี้จะกลายเป็นคนจนดักดาน

“รัฐบาลใหม่จะต้องเตรียมโครงการช่วยเหลือคนตกงานจำนวน 10 ล้านคน จากจำนวนแรงงานของประเทศไทยทั้งหมดประมาณ 40 ล้านคน”

นอกจากนี้มีปัจจัยที่จะทำให้รายได้ของเศรษฐกิจฐานรากลดลง เช่นในภาคเกษตร เนื่องจากปัจจัยของการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของจีนที่ เน้นการใช้สินค้าในประเทศและผลิตทดแทนการนำเข้ารวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้า ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรไปประเทศจีนลดลงอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรในประเทศอย่างมาก

จากการพิจารณานโยบายของพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีน้อยมากที่กล่าวถึงนโยบายในการช่วยเหลือในระดับเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจชุมชน ส่วนมากจะเป็นเพียงการแจกเงิน ซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาว

ต้องช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า

แนวทางการช่วยเหลือคือ จะต้องมีการทำโครงการพัฒนาแบบพุ่งเป้าในระดับครัวเรือนเพื่อช่วยลดปัญหาหนี้สิน สร้างอาชีพ

การช่วยเหลือควรจะโฟกัสไปที่ ภาคการเกษตร และอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และภาคบริการ การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับภาคชนบทและเกิดการกระจายของเศรษฐกิจสูงสุด(economy distribution) โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีส่วนสร้างรายได้ต่อจีดีพีประมาณสองในสาม

การช่วยเหลือต้องครอบคลุมทุกด้าน

แนวทางการช่วยเหลือนั้นจะต้องทำทั้งทางด้านการสนับสนุนเงินทุน การประยุกต์ใช้เครื่องมือบริหารจัดการทางการเงิน การเชื่อมโยงกับหน่วยงานสนับสนุนในระดับพื้นที่และประเทศโดยสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สถาบันการเงินชุมชน ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยในพื้นที่ การอำนวยความสะดวกเทคโนโลยี พัฒนาทักษะ และสนับสนุนความรู้ หรือโค้ชชิ่งหรือ การพัฒนากลไก “พี่เลี้ยง“ หรือ “โค้ชในพื้นที่“ ในการทำเทรนนิ่ง

ดร.กิตติ กล่าวว่าจะต้องมีการทำวิจัยว่ากลุ่มคนที่จะตกงานนี้จะไปอยู่ที่ไหน ส่วนมากก็จะกลับไปในพื้นที่บ้านเกิด ดังนั้นโครงการจะต้องทำในระดับชุมชน นอกจากนี้ยังมีความจำเป็นที่จะต้องทำโครงการในระดับเอสเอ็มอีรายย่อย ซึ่งตั้งแต่ การระบาดของโควิด เอสเอ็มอีรายย่อย มีการล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก

ดร. กิตติกล่าวว่า บพท. มีการ ดำเนินงานโดยมุ่งหวังการสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่และเป็น catalyst for changes ของสังคม ด้วยการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมโดยใช้ ข้อมูล กลไก กระบวนการ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ ที่ผ่านมา บพท. มีการวางกลยุทธ์การขับเคลื่อนงานวิจัยให้ครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนา ทางมิติการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายการพัฒนา 3 กลุ่มหลักคือ

  1. กลุ่มคนจนและครัวเรือนยากจน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและส่งต่อความช่วยเหลือ
  2. กลุ่มอาชีพเพื่อสร้างเศรษฐกิจในชุมชนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการรายใหม่ ธุรกิจขนาดจิ๋ว วิสาหกิจขนาดขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคม บนฐานทุนวัฒนธรรมและทรัพยากรพื้นถิ่น
  3. กลุ่มชุมชน มุ่งเน้นให้ชุมชนเกิดการยอมรับปรับใช้นวัตกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในสภาวะปัจจุบัน

มิติการกระจายศูนย์กลางความเจริญ

มีกลุ่มเป้าหมายการพัฒนาคือ เมือง ท้องถิ่น จังหวัด และภูมิภาค ซึ่งเป็นการพัฒนาเชิงโครงสร้างและการจัดการ “ระดับเมือง” เพื่อดึงความเจริญทางเศรษฐกิจภายในจังหวัด สร้างกลไกพัฒนาพื้นที่ให้กับหน่วยงานระดับท้องถิ่น (Local government) ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด

ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับหน่วยงานระดับตำบล และเทศบาล รวมถึงการจัดการ เรื่องเฉพาะกิจในพื้นที่เฉพาะเช่น พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่พรมแดน และพื้นที่ชายแดนใต้

แนวโน้มคนตกงาน อินโฟกราฟฟิค

ผลการดำเนินงานหน่วย บพท.

ตั้งแต่ปีงบประมาณพ.ศ. 2563 จนถึงปัจจุบัน ได้จัดสรรงบประมาณทุนวิจัยและนวัตกรรมกระจายไปยังสถาบันอุดมศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน และหน่วยงานอื่นรวม 201 แห่ง จำนวน 1,165 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัด

ดร. กิตติกล่าวว่า จากการทำโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนใน 20 จังหวัด ครอบคลุม 288,837 ครัวเรือน จำนวนประชากร 1.64 ล้านคน พบว่ามี 148,450 ครัวเรือน ที่เข้าไม่ถึงระบบการศึกษา จำนวน 913,775 คน ไม่มีทักษะด้านอาชีพ จำนวน 243,412 คน ครัวเรือนไม่มีการออม จำนวน 65,577 ไม่มีทรัพย์สิน และ 205,695 มีหนี้สิน

ทั้งนี้ บพท. มีการจัดสรรงบประมาณสำหรับ การพัฒนาตามแนวทางดังกล่าว ประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท จากงบวิจัยที่หน่วยงานดูแลปีละประมาณ 4-5 พันล้านบาท


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles