ไทยจะรอดไหม? หากตั้งรัฐบาลช้า กระทบ การจัดทํางบประมาณ 2570

กดแชร์

แนะไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาล มี.ค.-เม.ย. นี้ เพื่อลดผลกระทบ การจัดทํางบประมาณ 2570 หวั่นงบลงทุนใหม่ชะงัก หากยืดเยื้อ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ออกโรงย้ำเตือนถึงความสำคัญของการรักษาบรรยากาศการเมืองหลังเลือกตั้ง โดยระบุว่า ภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่คือ การจัดทํางบประมาณ 2570 ซึ่งหากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลลากยาวเกินกว่าเดือนเมษายน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการเบิกจ่ายเม็ดเงินลงทุนใหม่เข้าสู่ระบบ

ไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาล ช้าได้แต่อย่าเกินเมษายน

สภาพัฒน์ประเมินว่า หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในเดือนมีนาคม หรือต้นเดือนเมษายน การจัดทํางบประมาณฯ จะมีความล่าช้าเพียงประมาณ 2 เดือน ซึ่งเป็นระดับที่ระบบเศรษฐกิจยังรับมือได้ แต่หากล่าช้าไปมากกว่านั้น จะเกิด “รอยต่อ” ของเม็ดเงินงบประมาณภาครัฐที่ขาดหายไป กระทบต่อโครงการลงทุนใหม่ๆ ทั่วประเทศ

ทำไมงบประมาณแผ่นดิน ถึงเป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทย?

การจัดทํางบประมาณปี 2570 ไม่ใช่เรื่องของภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่ส่งผลถึงทุกคนดังนี้

  1. การจ้างงาน: โครงการก่อสร้างและจัดซื้อจัดจ้างของรัฐคือแหล่งรายได้สำคัญของภาคเอกชนและแรงงาน
  2. ความเชื่อมั่นนักลงทุน: ความชัดเจนของงบประมาณสะท้อนถึงเสถียรภาพของประเทศ หากงบประมาณล่าช้า นักลงทุนอาจชะลอการขยายฐานผลิต
  3. บริการสาธารณะ: งบประมาณครอบคลุมทั้งสวัสดิการ การศึกษา และสาธารณสุข ซึ่งจะถูกกระทบหากการจัดทำล่าช้าจนเกินไป

งบรัฐวิสาหกิจ 9.2 หมื่นล้าน “ยาพยุงอาการ” ช่วงงบประมาณล่าช้า

เพื่อเป็นการปิดความเสี่ยงในช่วงที่การจัดทํางบประมาณ 2570 ยังไม่ประกาศใช้ สศช. ได้เสนอให้ใช้กลไกการลงทุนของรัฐวิสาหกิจเป็นเครื่องมือหลัก โดยคาดการณ์ว่า ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 จะมีเม็ดเงินลงทุนจากส่วนนี้ประมาณ 9.2 หมื่นล้านบาท เข้ามาช่วยประคับประคองเศรษฐกิจแทนงบประมาณแผ่นดินที่ล่าช้าออกไป

บทเรียนจากอดีต เมื่อการจัดทำงบประมาณล่าช้า ใครได้รับผลกระทบ

ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยเคยแสดงให้เห็นแล้วว่า “สุญญากาศทางการเมือง” มักตามมาด้วย “สุญญากาศทางงบประมาณ” เสมอ โดยกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือเม็ดเงินที่ควรจะไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจตามปฏิทินงบประมาณต้องหยุดชะงักลง ซึ่งกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบเป็นโดมิโนมีดังนี้

กลุ่มผู้รับเหมาและซัพพลายเออร์ (SME)
แม้ว่าเงินเดือนข้าราชการจะสามารถเบิกจ่ายได้ตามปกติในกรอบ “งบไปพลางก่อน” แต่สิ่งที่หายไปคือ งบลงทุนในโครงการใหม่ (New Projects) ซึ่งหมายความว่าบริษัทรับเหมาก่อสร้าง หรือธุรกิจที่ประมูลงานขายสินค้าให้ภาครัฐจะไม่มีการเซ็นสัญญาจ้างใหม่ๆ เกิดขึ้น ส่งผลให้ขาดสภาพคล่องและอาจลามไปถึงการเลิกจ้างแรงงานในภาคส่วนนี้

ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ (FDI)
นักลงทุนไม่ได้มองแค่ยอด GDP แต่เขามองไปถึง “ปฏิทินนโยบาย” หาก การจัดทำงบประมาณปี 2570 ล่าช้า จะส่งสัญญาณความไม่แน่นอนว่านโยบายสนับสนุนการลงทุน เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ จะถูกขับเคลื่อนต่อหรือไม่ ผลที่ตามมาคือ เงินทุนไหลออก หรือการชะลอแผนการขยายฐานการผลิตในประเทศไทย

การใช้จ่ายในระดับท้องถิ่น
งบประมาณแผ่นดินที่ล่าช้ายังส่งผลถึงงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ต้องรอการจัดสรรงบจากส่วนกลาง ทำให้โครงการพัฒนาชุมชน การซ่อมแซมถนน หรือการจัดซื้อจัดจ้างในระดับจังหวัดต้องล่าช้าออกไป ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง

สรุปบทเรียน ความล่าช้าของงบประมาณเพียง 1 ไตรมาส อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูความเชื่อมั่นนานถึง 2 ไตรมาส ดังนั้นการที่สภาพัฒน์ออกมาเตือนเรื่องกรอบเวลาเดือนเมษายน จึงเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่า การเมืองไทย ในปี 2569 นี้ คือ ตัวแปรสำคัญที่จะชี้ชะตาว่า เราจะก้าวข้ามผ่านช่วงรอยต่อเศรษฐกิจนี้ไปได้ราบรื่นเพียงใด

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ:
หอการค้าชี้ คนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจ จี้รัฐลุยต่อเนื่อง
สภาพัฒน์ปลื้ม! GDP ไทย 2568 ไตรมาส 4 พุ่ง


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles