พิษสงครามตะวันออกกลาง ดันราคาบ้านพุ่ง 10% ยอดโอน-มูลค่าทั้งปีหดตัว ส่วนไตรมาสแรกยอดโอนพุ่ง รับอานิสงส์ผ่อนเกณฑ์ LTV ลดค่าธรรมเนียม-ค่าจดจำนอง
นายณรงค์ ประภานิรินธน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า มีการโอนกรรมสิทธิ์รวม 72,583 หน่วย เพิ่มขึ้น 11.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนมูลค่า 187,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% ซึ่งเป็นผลจากประชาชนยังคงต้องการที่อยู่อาศัย และมีการปรับราคาและรูปแบบที่อยู่อาศัยตามกำลังซื้อของประชาชน และได้รับอานิสงส์จากมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ต่ออีก 1 ปี มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้าน
สำหรับแนวโน้มทั้งปี ตลาดที่อยู่อาศัยจะปรับตัวลดลง 1-2% ทั้งจำนวนหน่วยการโอนและมูลค่า ขณะที่การปล่อยสินเชื่อใหม่จะลดลง 1.6% เนื่องจากวิกฤตตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่งและวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นราว 15-20% ซึ่งมีผลต่อกำลังซื้อของประชาชนลดลง ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยจะปรับเพิ่มขึ้น ราว 10%
ทั้งนี้ ตลาดที่อยู่อาศัยมีการแข่งขันกันรุนแรง ทั้งตลาดบ้านมือสอง ซึ่งขณะนี้เป็นที่นิยมมากขึ้น ส่วนบ้านใหม่ เน้นราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท ขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียม ความต้องการลดลง เนื่องจากต่างชาติลดการซื้อลง ขณะที่สถาบันการเงิน ก็มีการแข่งขันการปล่อยสินเชื่อสูง โดยเน้นการปล่อยสินเชื่อให้กับคนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย เนื่องจากมีหลักประกัน มากกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล
“สินเชื่อที่อยู่อาศัย เริ่มกลับมาฟื้นตัว หลังจากหดตัวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2566 โดยไตรมาสแรก ปีนี้ มูลค่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั่วประเทศ 121,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% ส่งผลให้ภาพรวมยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลคงค้างรวมทั้งระบบ อยู่ที่ 5.13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% ขณะที่ลูกค้าที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน หันมารีไฟแนนซ์มากขึ้น จากปี 2561 มีอัตราการรีไฟแนนซ์ 6% เป็น 14% ในปีนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยต่ำลง ทำให้ต้องรีไฟแนนซ์ จากเดิมเมื่อครั้งกู้เงิน อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าปัจจุบัน”
นายณรงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดต่างชาติ พบว่า มีการหดตัวลง โดยไตรมาส 1 ปีนี้ โอนกรรมสิทธิ์ 3,241 หน่วย ลดลง 17.3% มูลค่า 13,464 ล้านบาท ลดลง 17.9% เนื่องจากแต่ละประเทศมีข้อจำกัดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ แต่จีน ยังคงครองแชมป์การโอนกรรมสิทธิ์ โอน 906 หน่วย ลดลง 38.8% มูลค่า 3,493 ล้านบาท ลดลง 42.9%
รองลงมาคือ รัสเซีย เป็นชาติที่มีเติบโตสวนกระแส โอน 383 หน่วย เพิ่มขึ้น 33% มูลค่า 1,665 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.7% ถัดมาเป็นพม่า โอน 279 หน่วย ลดลง 36.4% มูลค่า 968 ล้านบาท ลดลง 39% โดยทำเลที่ต่างชาตินิยม ยังคงอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว และศูนย์กลางเศรษฐกิจ เช่น กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, ภูเก็ต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านราคาสูงหรือตลาด



