ธพ. ฟัน 6 โรงกลั่นเอกสารพิรุธ ส่ง DSI สืบ กักตุนน้ำมัน

กดแชร์

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน สยบข่าวลือ ยันลุยเชือดโรงกลั่นใบขนส่งไม่ถูกต้อง พร้อมจับมือ DSI จัดการแก๊ง กักตุนน้ำมัน

กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ยกระดับมาตรการตรวจสอบเข้มข้น สยบกระแสข่าว เดินหน้าเอาผิดโรงกลั่นน้ำมันที่ออกเอกสารขนส่งไม่ถูกต้อง พร้อมประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และตำรวจ สอบสวนขยายผลจับกุมกลุ่มผู้ลักลอบ กักตุนน้ำมัน หวังเคลียร์ตัดตอนวงจรผิดกฎหมาย เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ภาคประชาชน

ธพ. เคลียร์ชัดไม่ปล่อยผ่าน ตรวจพบพิรุธ 166 ฉบับ ในสุราษฎร์ธานี

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวจากการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด และสื่อสารคลาดเคลื่อนว่า กรมธุรกิจพลังงานไม่ได้เอาผิดโรงกลั่นฐานกักตุน เป็นเพียงการกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนนั้น

นายสราวุธ ได้ชี้แจงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ที่ผ่านมา ธพ. ได้ยกระดับการควบคุม และกำกับดูแลผู้ค้าน้ำมันอย่างเข้มงวดให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 โดยใช้ “ใบกำกับการขนส่ง” เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใส

จากการปูพรมตรวจค้นคลังน้ำมันในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นคลังน้ำมันของผู้ค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 จำนวน 6 แห่ง เจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติ ในการระบุข้อมูลในใบกำกับการขนส่งที่ไม่ถูกต้อง และไม่ครบถ้วนจำนวนมากถึง 166 ฉบับ ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ล่าสุดทาง ธพ. ได้แจ้งข้อกล่าวหากับโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งที่เป็นผู้จัดทำเอกสารดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

doeb investigates oil hoarding

ส่งไม้ต่อ DSI-ตร. บี้เส้นทางเงิน ขยายผลขบวนการใหญ่

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ระบุเพิ่มเติมว่า ความยุ่งเหยิง และไม่ถูกต้องของข้อมูลในใบกำกับการขนส่งทั้ง 166 ฉบับนี้ ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ และเป็นเบาะแสชั้นดี ที่อาจเชื่อมโยงไปถึง “ขบวนการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ในระดับโครงสร้าง

ทางกรมธุรกิจพลังงานจึงได้ส่งมอบเอกสาร และหลักฐานทั้งหมดให้หน่วยงานส่วนกลาง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมตรวจสอบ โดย DSI จะรับหน้าที่เป็นแกนหลักในการสืบสวนสอบสวนเชิงลึก และขยายผลจับกุมผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการทำลายกลไกตลาดครั้งนี้

พร้อมกันนี้ อธิบดี ธพ. ได้ออกคำสั่งกำชับไปยังผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทุกรายทั่วประเทศ ให้จัดทำใบกำกับการขนส่งอย่างถูกต้อง ห้ามบิดเบือนหรือละเลยเด็ดขาด หากตรวจพบการฝ่าฝืน หรือมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต จะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดตามกฎหมายทันที โดยไม่มีข้อยกเว้น

เจาะลึก พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้ค้ามาตรา 7 และ มาตรา 10 คือใคร

ในแวดวงพลังงานเรามักจะได้ยินคำว่า “ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7” หรือ “มาตรา 10” อยู่บ่อยครั้ง ตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ได้แบ่งประเภทผู้ค้าไว้เพื่อการควบคุมปริมาณสำรองและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ดังนี้:

  • ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7: คือ ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่มีปริมาณการค้าแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดปีละตั้งแต่ 100,000 เมตริกตันขึ้นไป หรือมีถังเก็บน้ำมันที่สามารถบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงรวมกันได้ตั้งแต่ 20 ล้านลิตรขึ้นไป (เช่น ปตท., บางจาก, เชลล์) ซึ่งกลุ่มนี้กฎหมายบังคับให้ต้องมี “น้ำมันสำรองตามกฎหมาย” เพื่อความมั่นคง
  • ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10: คือ ผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าขนาดกลางลงมา (มีปริมาณการค้าต่อปี หรือขนาดถังเก็บตามที่กำหนดในกฎกระทรวง) ซึ่งต้องได้รับใบอนุญาตหรือจดทะเบียนต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน
  • ความสำคัญของใบกำกับการขนส่ง: เอกสารนี้ทำหน้าที่เหมือน “พาสปอร์ตของน้ำมัน” ที่ระบุว่าน้ำมันล็อตนี้มาจากไหน กำลังไปส่งที่ใด ปริมาณเท่าไหร่ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อน การเลี่ยงภาษี และป้องกันไม่ให้เกิดการกักตุนน้ำมันเพื่อปั่นราคาในตลาดนั่นเอง

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : ทช. ลุย ขยายถนนอยุธยา เชื่อม อ.วังน้อย อ.บางปะอิน คืบหน้าเร็วกว่าแผน


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles