“เอกนิติ” แนะแผน 14 เลือกเป้า ลงมือทำวันนี้ วัดผลงาน เปลี่ยน ไอเดีย เป็น ไอดู ซ่อม-สร้าง วินัยการคลัง ลงทุนใหม่ใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม เพิ่มทักษะแรงงาน ดันเศรษฐกิจไทยเติบโต
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวในเวทีเสวนา “ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม : เปลี่ยนอย่างไรให้ไปต่อได้” จัดโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ว่า การจัดทำแผนพัฒนาฯที่ 14 ควรแบ่งเป็น 3 ด้าน 1. จะต้องเลือกเป้าให้ชัด วัดผลได้ เห็นผลใน 1 ปี เห็นปลายทางใน 5 ปี 2. ต้องลำดับความสำคัญการทำงาน เพราะเลือกทำทั้งหมดไม่ได้ และ 3. ลงมือทำจริงวันนี้
“ทุกหน่วยงาน มีบริบทตัวเองในการทำงานที่เหมือนกัน ดังนั้นต้องวางระบบบริหารจัดการ เชื่อมต่อบูรณาการให้ได้ ถึงแม้จะเป็นเรื่องยากที่สุด แต่ก็ต้องทำ ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการ แต่ควรมีผู้รับผิดและรับชอบ เปลี่ยนความคิด ข้อเสนอแนะ (Idea) เป็นลงมือทำ (I do)”
สำหรับ สัญญาณวิกฤตเศรษฐกิจมี 4 เรื่อง คือ เศรษฐกิจเติบโตต่ำ, เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ, กระจายรายได้, สิ่งแวดล้อม โดยไทยเศรษฐกิจโตต่ำมาตั้งแต่หลังวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 จาก 7% ลดลงเหลือ 5% และ 3% ในปัจจุบัน ดังนั้นต้องทำให้เศรษฐกิจเติบโต ด้วยการเร่งการลงทุน ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ซึ่งได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชน เหลือ 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เติบโต
ส่วนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จากเคยขาดทุนสำรอง สถาบันการเงินล่ม 52 ไฟแนนซ์ปิดกิจการ วิกฤตโควิด ทำให้เศรษฐกิจขาดเสถียรภาพ เกิดวิกฤตการคลัง แต่วันนี้ทุนสำรองประเทศ 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รองรับการนำเข้าได้ถึง 10 เดือน และสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นถึง 2.5 เท่า ซึ่งรัฐบาลได้เข้ามาแก้ไขซ่อมสร้าง ทำให้วันนี้ ไทยมีเสถียรภาพทางการคลัง เห็นผลจากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ 3 แห่ง มูดี้ส์, เอสแอนด์พี, ฟิทช์ เรตติ้ง ปรับมุมมองจากติดลบ เป็นบวก และต้องปรับปรุงการใช้จ่ายงบประมาณและการจัดเก็บรายได้เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง ไม่ให้เสี่ยงต่อการโดนลดอันดับความน่าเชื่อถือ
ขณะที่กระจายรายได้ เกิดภาวะโตกระจุกจนกระจาย โดยกลุ่มคนรวยสุด 20% แรกครองสัดส่วนรายได้สูงสุดของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) 50% ขณะที่คนจนที่สุด 20% แรก มีสัดส่วนรายได้ไม่ถึง 5% ของจีดีพี จึงต้องเร่งแก้ไข ขณะเดียวกันต้องเร่งพัฒนาทักษะอาชีพ เชื่อมสถาบันการศึกษา นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาสร้างงานที่มีคุณภาพ เนื่องจากโครงสร้างประชากรไทย เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเกือบ 20% ของจำนวนประชากรไทย
สุดท้ายวิกฤตสิ่งแวดล้อม ซึ่งไทยกำลังเผชิญภาวะโลกร้อน ความผันผวนทางภูมิอากาศขั้นรุนแรง วันนี้เผชิญน้ำท่วม อีก 6 เดือนอาจเจอภัยแล้ง ดังนั้นรัฐบาลจึงลงทุนเปลี่ยนผ่านระบบบริหารจัดการน้ำ เปลี่ยนผ่านพลังงาน ผ่านโครงการโซลาร์ประชาชน เปิดให้ประชาชนและเกษตรกรสามารถผลิตและขายไฟฟ้าสะอาดกลับเข้าสู่ระบบ เพื่อกระจายรายได้และลดต้นทุนพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน



