ทองร่วงแรง 1,100 บาท ทองแท่งขายออก 68,150 บาท กูรู เตือนนักลงทุนรับมือผันผวน แนะจับตาตัวเลข PCE สหรัฐฯ หลังตลาดผวาเงินเฟ้อพลิกเกม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาวะการซื่อขายทองคำของสมาคมค้าทองคำประจำวันที่ 27 พ.ค.ว่า ทองยังคงหวือหวา ปรับขึ้นลงรวม 27 ครั้งลดลงรวม 1,100 บาท โดยทองคำแท่งขายออกต่ำสุดที่ 67,800 บาท ก่อนปิดตลาดที่ 68,150 บาท
ด้านนางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดทองคำในขณะนี้ ยังคงเผชิญความผันผวนในระดับสูงจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังจากที่ตลาดเริ่มมองว่าเฟดอาจยังคงไม่ลดดอกเบี้ย และมีโอกาสกลับมาขึ้นดอกเบี้ยได้อีกครั้ง หากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาทองคำในปัจจุบันยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง
“ล่าสุดมีรายงานข่าวระบุว่า ร่างกรอบข้อตกลงล่าสุดอาจเปิดทางให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้อย่างเสรีในระหว่างช่วงจำกัดโครงการนิวเคลียร์ ขณะเดียวกันจะมีการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 60 วัน โดยไม่มีค่าผ่านทาง ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน หากข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คาดว่าจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อในระยะสั้น พร้อมทั้งลดแรงหนุนของดอลลาร์ และ Bond Yield ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกให้ราคาทองคำสามารถฟื้นตัวในระยะสั้น”
น.ส.อารีรัตน์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังต้องจับตาตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ หากตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็จะยิ่งตอกย้ำมุมมองที่ว่าเฟดอาจต้องปรับเปลี่ยนท่าทีเป็น “Hawkish” หรือใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม
“ข้อมูลล่าสุดในตลาดการเงินเริ่มให้น้ำหนักเกือบเต็ม 100% ต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในเดือน ธ.ค. 69 จากในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ให้น้ำหนักเพียง 70% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกลับมากังวลเรื่องปัญหาเงินเฟ้ออย่างจริงจังอีกครั้ง
ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า ราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงของการพักฐาน หลังจากราคายังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือระดับ 4,450– 4,590–$4,625 ต่อออนซ์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 70,600–71,300 บาท) เป็นแนวต้านสำคัญที่ประเมินว่าหากราคาไม่สามารถทะลุผ่านได้ อาจต้องพิจารณาแบ่งขายทำกำไรบางส่วน อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย หรือตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ก็อาจช่วยลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และเพิ่มโอกาสให้ราคาทองคำกลับเข้าสู่รอบรีบาวด์ได้อีกครั้ง



