ขนส่งฯ ลุย ตรวจสภาพรถโดยสารและรถบรรทุก หลังไหม้บ่อย

กดแชร์

คมนาคมขันน็อต! ขนส่งฯ ยกระดับ ตรวจสภาพรถโดยสารและรถบรรทุก เช็กละเอียด 6 จุดเสี่ยง ระบบไฟ-แบตเตอรี่ ห้ามชุ่ยทำไฟลัดวงจร

กระทรวงคมนาคม เดินหน้ามาตรการเชิงรุกหวังลดความสูญเสียบนท้องถนน ล่าสุดสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับความเข้มงวดในการ ตรวจสภาพรถโดยสารและรถบรรทุก ทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบระบบไฟฟ้า และแบตเตอรี่อย่างละเอียด เพื่ออุดรอยรั่วและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้ยานพาหนะขนาดใหญ่ ซึ่งมักมีสาเหตุหลักมาจากระบบไฟฟ้าลัดวงจร สายไฟเสื่อมสภาพ หรือการดัดแปลงติดตั้งอุปกรณ์ที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย

นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่รถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกขนส่งสินค้าเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้บ่อยครั้ง จนสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมหาศาล ทางกระทรวงคมนาคม โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จึงได้มอบนโยบายสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของตัวรถ โดยมอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการตรวจสภาพรถ ให้เป็นไปตามระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการตรวจสภาพรถของพนักงานตรวจสภาพตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อย่างเคร่งครัดและเข้มงวดเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ โฆษกกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ทางกรมฯ ได้สั่งการ และซักซ้อมความเข้าใจแก่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ ให้เพิ่มความเข้มงวดขั้นสูงสุดในกระบวนการตรวจสอบระบบไฟฟ้า (แบตเตอรี่ สายไฟ และจุดเชื่อมต่อ) โดยกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน 6 ข้อสำคัญที่รถทุกคันต้องผ่านการประเมิน ดังนี้:

  • แบตเตอรี่รถยนต์: ต้องติดตั้งอย่างมั่นคงแข็งแรง อยู่ในตำแหน่งที่อากาศถ่ายเทได้ดี มีวัสดุที่เป็นฉนวนหุ้มหรือครอบขั้วแบตเตอรี่อย่างมิดชิดเพื่อป้องกันประกายไฟ และที่สำคัญคือ “ห้าม” ติดตั้งภายในห้องผู้ขับรถหรือห้องผู้โดยสารโดยเด็ดขาด
  • วงจรไฟฟ้า: จะต้องมีการติดตั้งฟิวส์หรืออุปกรณ์ตัดวงจร (Circuit Breaker) ที่มีขนาดเหมาะสมกับตัวรถ (ยกเว้นในส่วนของวงจรที่ใช้กับระบบเครื่องยนต์และสายกราวน์)
  • สภาพสายไฟ: ต้องมีฉนวนหุ้มมิดชิด ปลอดภัย ไม่เปลือย ไม่ชำรุด หรือมีรอยฉีกขาด และขนาดของสายไฟต้องสามารถรองรับการส่งกระแสไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย
  • การจัดวางตำแหน่งสายไฟ: ต้องยึดแน่นหนา “ห้าม” ปล่อยให้สายไฟสัมผัสกับท่อทางเดินน้ำมันเชื้อเพลิง หรือส่วนประกอบของระบบไอเสีย และต้องไม่อยู่ในจุดเสี่ยง เช่น ห้อยลงมาสัมผัสพื้นถนน หรืออยู่ในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการเสียดสีจนฉลุ่ย
  • จุดเชื่อมต่อสายไฟ: ต้องมีสภาพสมบูรณ์ เรียบร้อย แน่นหนา ไม่หลวมคลอน ซึ่งอาจก่อให้เกิดประกายไฟได้
  • อุปกรณ์ไฟฟ้าเสริม: ในกรณีที่รถมีการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มเติม เช่น พัดลม, กาต้มน้ำ หรือโทรทัศน์ จะต้องมีการติดตั้งสวิตช์เปิด-ปิดแยกต่างหากสำหรับตัดกระแสไฟฟ้า และระบบไฟของอุปกรณ์เหล่านั้นต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยทั้ง 5 ข้อข้างต้นทั้งหมด
dlt prevention plan

นายฐิติพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการขนส่งทางบกเชื่อมั่นว่า การกวดขันการตรวจสภาพรถที่ถูกต้องตามระเบียบ จะช่วยสร้างความมั่นใจว่า รถใหญ่ทุกคันมีความพร้อมเต็มร้อยก่อนออกปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากระบบรถที่ปลอดภัยแล้ว กรมฯ ยังขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับรถทุกคน ให้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยและกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : ดีเดย์สิ้นปีนี้! ไฟเขียว เครื่องบินน้ำกระบี่ ภูเก็ต นำร่องการท่องเที่ยวพรีเมียม


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles