ครม.นัดพิเศษ ให้คำมั่น 3 แนวทาง “ลดงบประมาณ – ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน – จัดมาตรการช่วยเหลือ” ดูแลประชาชน ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ร่วมกันก้าวข้ามวิกฤตไปด้วยกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวเลา19.45 น.วันที่ 6 เม.ย.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)นัดพิเศษ หลังเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฎิญาตตน โดยครม.นัดพิเศษ ได้ใช้เวลาการประชุมราว 2 ชั่วโมง หลังจากนายอนุทิน ได้นำทีมครม.ชุดใหม่ มาแถลงการณ์รัฐบาล ว่าขณะนี้สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอันเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญของโลกทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งสิ่งพลอยได้จากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เช่น ปุ๋ย เม็ดพลาสติก ในตลาดโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยซึ่งต้องนำเข้าพลังงานจากแหล่งตะวันออกกลางถึงประมาณ 50%
ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นตามลำดับ และยกระดับสู่การโจมตีแหล่งผลิต โรงกลั่น คลังน้ำมัน และระบบขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วภูมิภาค เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ในอนาคตเหตุการณ์ความขัดแย้งจะยุติลง แต่โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคตะวันออกกลางยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูให้กลับมาผลิตได้ตามปกติ ดังนั้น ราคาพลังงานและการขาดแคลนผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมีจะยังคงดำรงอยู่อีกระยะหนึ่ง
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า รัฐบาล จะแถลงข้อเท็จจริงนี้ต่อพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และพร้อมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่อไป ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนจะทำงานหนัก เพื่อแก้ปัญหา ช่วยเหลือ และรักษาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้โดยสิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ
1. ปรับลดงบประมาณในส่วนของภาครัฐ เพื่อนำงบประมาณมาใช้ช่วยเหลือลดผลกระทบให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นลำดับแรก
2. ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน และค่าไฟฟ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับพี่น้องประชาชน โดยเร็วที่สุด
3. จัดมาตรการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส โครงการไทยช่วยไทยการจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกกลุ่ม และ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

“เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบในระดับโลก ต้องยอมรับความจริง และต้องร่วมกันปรับเปลี่ยนเพื่อให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ความสามัคคีของคนในชาติเป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยามนี้ เชื่อว่าความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกคนจะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ และอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้”
สำหรับประเด็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาพลังงาน โดยเฉพาะการใช้พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 นั้น ได้สั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน มาชี้แจ้งก่อนว่าถ้ามีความจำเป็นต้องใช้อำนาจนายกฯ ตามพ.ร.ก.ฉบับนี้ ก็พร้อมดำเนินการตามขอบเขตอำนาจที่มีอยู่ เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
ส่วนประเด็นการลดภาษีสรสามิตน้ำมันนั้น นายเอกนิติ อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด โดยคาดว่าทุกนโยบายจะได้รับการปฎิบัติ หลังจากรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาอย่างเป็นทางการ



