ครม.ไฟเขียว การปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 เพื่อเดินหน้ากู้ 4 แสนล้าน กู้ก่อนแรก 221,200 ล้านบาท
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ปรับปรุงครั้งที่ 2 ตามที่คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ เสนอ ประกอบด้วย 1. แผนการก่อหนี้ใหม่ ปรับเพิ่มสุทธิ 221,200 ล้านบาท เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการกู้เงินและรองรับการใช้จ่ายเงินของพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 หรือ พ.ร.ก. กู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท ทั้งนี้จะใช้กู้เงินก้อนแรกก่อน 200,000 ล้านบาท การกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง วงเงิน 20,000 ล้านบาท และการกู้เงินเพื่อดำเนินกิจการของการไฟฟ้านครหลวง วงเงิน 1,200 ล้านบาท
โดยการกู้เงินตามแผนฯ ครั้งนี้ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยทางการคลังที่ 70 %และเป็นการกู้ในประเทศ ซึ่งจะเป็นการทยอยกู้ตามความพร้อมและความจำเป็นในการใช้จ่ายเงิน โดยสภาพคล่องของตลาดการเงินในประเทศในปัจจุบันเพียงพอในการรองรับการกู้เงินดังกล่าวและเพื่อให้มีการพิจารณากลั่นกรองและอนุมัติการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก. กู้เงินฯ ดังกล่าวอย่างรอบคอบ โปร่งใสและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. กู้เงินฯ จึงกำหนดให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
และให้มีคณะกรรมการประเมินผลดำเนินการติดตามประเมินผลโครงการตามหลักเกณฑ์แนวทางและวิธีการที่กำหนดโดยให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
2. แผนการบริหารหนี้เดิม ปรับลดสุทธิ 23,960 ล้านบาท โดยเป็นการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ที่ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว และ 3. แผนการชำระหนี้ปรับเพิ่มสุทธิ 27,668 ล้านบาท จากการชำระหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินและ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)



