ทางหลวงชนบททุ่มงบ 619 ล้านบาท ขยายถนนอยุธยา เชื่อม อ.วังน้อย อ.บางปะอิน เป็น 4 เลนคอนกรีต พร้อมสะพานกลับรถ 4 แห่ง รองรับจราจรหมื่นคันต่อวัน บูสท์โลจิสติกส์ภาคกลางตอนบน เสร็จปี 2570
กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เดินหน้ายกระดับโครงข่ายคมนาคมขนส่ง เร่งดำเนินโครงการก่อสร้างเพื่อ ขยายถนนอยุธยา เชื่อม อ.วังน้อย อ.บางปะอิน หรือถนนทางหลวงชนบทสาย อย.3046 (แยก ทล.309 – บ้านตลิ่งชัน) จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และรองรับการขยายตัวด้านอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคกลางตอนบน เผยภาพรวมงานก่อสร้างรุดหน้าเร็วกว่าแผนที่วางไว้ คาดพร้อมเปิดใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความสะดวกปลอดภัยให้ประชาชน ในปี 2570 นี้
แก้ปัญหารถบรรทุก-จราจรหนาแน่นกว่า 12,000 คันต่อวัน
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า เส้นทางคมนาคมเดิมของถนนสาย อย.3046 ปัจจุบันเป็นถนนลาดยางขนาดเพียง 2 ช่องจราจร และมีสภาพช่องทางที่ค่อนข้างคับแคบ ขณะที่ในแต่ละวันมีปริมาณการจราจรหนาแน่นสูงถึงกว่า 12,000 คันต่อวัน ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถโดยสารสาธารณะ และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ที่ใช้สัญจรในย่านอุตสาหกรรม ส่งผลให้ผิวจราจรเดิมเกิดการชำรุดเสียหาย และสร้างความไม่สะดวกสบาย รวมถึงความเสี่ยงอุบัติเหตุแก่ผู้ใช้ทาง ทช. จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการเข้าปรับปรุงเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายให้สมบูรณ์
โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นของสายทางเชื่อมต่อกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 309 (ทล.309) และไปสิ้นสุดสายทางบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3056 (ทล.3056) ครอบคลุมระยะทางก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 7.250 กิโลเมตร (ตั้งแต่ กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 7+250)

ทุ่มงบ 619 ล้าน อัปเกรด 4 เลน พร้อมสะพานกลับรถ ระบบเซฟตี้ครบครัน
สำหรับรายละเอียดการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในโครงการนี้ ประกอบด้วยงานก่อสร้างหลักๆ ดังนี้:
- ขยายช่องจราจรจากเดิม 2 เลน เป็น 4 ช่องจราจร
- ปรับเปลี่ยนผิวจราจรเป็นแบบคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีความคงทนต่อรถบรรทุกหนัก พร้อมไหล่ทาง
- ก่อสร้างสะพานกลับรถ (U-Turn) จำนวน 4 แห่ง และสะพานข้ามคลอง 1 แห่ง
- วางระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังบนผิวทาง
- ติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องหมายจราจร และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยตลอดเส้นทาง
ปัจจุบันการดำเนินงานมีความคืบหน้าไปแล้วมากกว่า 75% ซึ่งถือว่ารวดเร็วเร็วกว่าแผนงานที่กำหนดไว้ โดยอยู่ระหว่างการทำโครงสร้างชั้นทาง, งานเทผิวคอนกรีตเสริมเหล็ก, งานดาดคอนกรีตคลองชลประทาน และงานติดตั้งเสาไฟแสงสว่าง โดยใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 619.600 ล้านบาท

คุมเข้มมาตรการความปลอดภัย และลดฝุ่น PM2.5 ระหว่างก่อสร้าง
อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระหว่างที่ยังมีการก่อสร้าง ได้กำชับอย่างเข้มงวด ให้บริษัทผู้รับเหมาปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยต้องติดตั้งป้ายเตือน สัญญาณไฟวับวาบ และอุปกรณ์เซฟตี้ให้ครบถ้วนเด่นชัด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุแก่ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนที่พักอาศัยโดยรอบ
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับมาตรการสิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบฝุ่นละออง PM2.5 โดยสั่งการให้เพิ่มรอบการรดน้ำเพื่อดักฝุ่น จัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างให้เป็นระเบียบ และหมั่นตรวจสอบสภาพเครื่องจักรและรถทำงานให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ปล่อยควันดำที่เป็นมลพิษต่อชุมชน
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : ช่วยภาคขนส่ง บางจากฯ ขยายการจำหน่ายดีเซล B20 200 ปั๊ม



