กรุงไทยส่ง AI นกกระซิบ เสริม ไทยช่วยไทยพลัส วิเคราะห์บัญชีสู้คู่แข่ง แพลตฟอร์มยักษ์การันตียอดโต 600%
กระทรวงการคลัง เดินหน้าอุ้มผู้ประกอบการรายย่อย เปิดตัวโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส AI นกกระซิบ เทคโนโลยีอัจฉริยะจากธนาคารกรุงไทย มุ่งช่วยร้านค้าวิเคราะห์ต้นทุน และระบบบัญชีฟรี หวังลดภาระค่าใช้จ่ายพร้อมจับมือ 4 แพลตฟอร์มเดลิเวอรี และอีคอมเมิร์ซชั้นนำ ขยายตลาดออนไลน์ดันยอดขายโตอย่างยั่งยืน เผยสถิติเดิมดันรายได้พุ่งกระฉูดกว่า 600%
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (Thai Chuan Thai Plus) ว่า ในปัจจุบันกระทรวงการคลัง มุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือร้านค้ารายย่อยที่กำลังประสบปัญหาต้นทุนทางการค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดโอกาสให้ร้านค้าเข้ามามีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ
ความพิเศษของโครงการในครั้งนี้ คือการได้รับความร่วมมือจากธนาคารกรุงไทย ในการเปิดตัวเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สุดล้ำในชื่อ AI นกกระซิบ ซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีความสามารถหลักในการวิเคราะห์ยอดขาย วิเคราะห์ต้นทุน และช่วยบริหารจัดการระบบบัญชี ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างคนทำบัญชี หรือพนักงานวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดอีกต่อไป โดยระบบ AI จะช่วยคำนวณและเปรียบเทียบราคาวัตถุดิบที่ซื้อมา ว่ามีราคาแพงกว่าคู่แข่งในตลาดหรือไม่ เพื่อช่วยหาแนวทางลดต้นทุนได้อย่างแม่นยำ
จับมือ 4 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ ปลดล็อกข้อจำกัดเรื่องพื้นที่
นอกจากการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการภายในแล้ว โครงการไทยช่วยไทย พลัส ยังได้รับความร่วมมือจาก 4 แพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำของประเทศ ได้แก่:
- Grab Food (แกร็บฟู้ด)
- LINE MAN (ไลน์แมน)
- Robinhood (โรบินฮู้ด)
- Shopee (ช้อปปี้)
การร่วมมือครั้งนี้จะช่วยทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ของร้านค้าออฟไลน์ ที่มักจะขายสินค้าได้เฉพาะในพื้นที่หรือทำเลที่ตั้งของตนเองเท่านั้น ให้สามารถเข้าสู่ตลาดออนไลน์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้ทั่วประเทศ
สถิติความสำเร็จ ดันยอดขายโตแบบก้าวกระโดด
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง กล่าวเสริมว่า จากฐานข้อมูลในอดีตช่วง “โครงการคนละครึ่ง พลัส” ที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ร้านค้าที่ปรับตัวเข้ามาขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นสูงถึง 500 – 600% และที่น่าสนใจคือ แม้จะจบโครงการคนละครึ่ง พลัส ไปแล้ว ร้านค้าเหล่านั้นก็ยังคงรักษาการเติบโตของยอดขายไว้ได้ต่อเนื่องในระดับ 100 – 200%
ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงต้องการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อย ได้เรียนรู้ทักษะดิจิทัล และการค้าขายออนไลน์ ผ่านโครงการยกระดับทักษะ (Up skill – Re skill) ซึ่งในวันนี้ได้ต่อยอดไปอีกขั้นด้วยการนำระบบ AI เข้ามาช่วยขับเคลื่อน
“ขอเชิญชวนให้ร้านค้าต่าง ๆ มาร่วมเข้าโครงการนี้ โดยไม่ต้องมีความกังวลใจใด ๆ เพราะเรามีแพลตฟอร์มพันธมิตรคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นและลดต้นทุนในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน” นายเอกนิติ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : รฟท. เปิดทำเลทอง! ชวนพ่อค้าแม่ค้า ยื่นประมูล เช่าพื้นที่สถานีรถไฟขอนแก่น เริ่มต้น 2,700 บาท



