16 ม.ค.นี้ ดีเดย์ใช้สิทธิ “Easy E-Receipt 2.0”  

กดแชร์

  • กรมสรรพากรเชิญชวนใช้สิทธิ “Easy E-Receipt 2.0” 
  • ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท 
  • เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศและส่งเสริมเศรษฐกิจไทย

นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า “มาตรการภาษี “Easy E-Receipt 2.0 ” เป็นการต่อยอดจากมาตรการเดิมที่ประสบความสำเร็จในปี 2567 โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้มาตรการนี้ ผู้เสียภาษีสามารถลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริงได้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท โดยแบ่งออกเป็น 1.ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท ซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าที่ออก ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และ ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt ) 2. ลดหย่อนเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท (ต้องใช้หลักฐาน e-Tax Invoice หรือ e-Receipt เช่นกัน)  ซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจชุมชน  ซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคม

ทั้งนี้ การซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามข้อ 2. สามารถใช้สิทธิลดหย่อน 30,000 บาท   ตามข้อ 1. ได้เช่นกัน โดย e-Tax Invoice และ e-Receipt ต้องระบุชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัวประชาชน) ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ

ทั้งนี้ มาตรการนี้นอกจากจะช่วยลดภาระภาษีให้กับประชาชนแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในภาพรวม โดยคาดว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนใน   ระบบเศรษฐกิจได้เป็นจำนวนมาก  ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ เข้าร่วมระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt จำนวน 12,395 ราย โดยมีร้านค้ารวมทั้งสิ้น 108,873 ร้านค้า* แบ่งเป็น 1. e-Tax Invoice & e-Receipt  จำนวน 101,297 ร้านค้า 2. e-Tax Invoice by Time Stamp จำนวน 7,576 ร้านค้า สำหรับร้านค้า ที่ต้องการใช้ระบบ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt สามารถติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่ร้านค้าตั้งอยู่”


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles