“อนุทิน” ชูวิสัยทัศน์ “แผน 14 “นำไทยก้าวข้ามกับดักแรงงานราคาถูก

กดแชร์

“อนุทิน” กางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน “แผน 14” ชูวิสัยทัศน์นำไทยก้าวข้ามกับดักแรงงานราคาถูก ชูจุดขายโครงสร้างพื้นฐานเข้มแข็ง ปักหมุดเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน 700 ล้านคน พร้อมดึงดูดกลุ่มทุนเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก ย้ำชัดโลกยุคใหม่ต้องการพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมประจำปีของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในหัวข้อการขับเคลื่อน “ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14” (พ.ศ. 2571–2575) ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม” โดยเน้นย้ำว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่รอบด้าน ทั้งมิติภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว พร้อมชี้ให้เห็นว่า บทเรียนจากสภาวะภัยพิบัติและน้ำท่วมในปัจจุบัน สะท้อนชัดเจนว่าการพัฒนาประเทศต้องไม่ได้วัดแค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจหรือโครงการที่สวยหรู แต่วัดที่ความสามารถในการทำให้ประชาชนใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงทั้งในภาวะปกติและยามวิกฤต

นายอนุทิน กล่าวถึงทิศทางการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศว่า โลกยุคปัจจุบันไม่ได้มองหาประเทศที่มีต้นทุนการผลิตหรือค่าแรงต่ำที่สุดอีกต่อไป แต่มองหาประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ มีกติกาที่โปร่งใส มีความพร้อมด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนมีรัฐบาลที่สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพตอบโจทย์นักลงทุนทั่วโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“โลกไม่ได้มองหาประเทศที่มีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำสุดอีกต่อไป แต่มันกำลังมองหาประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ มีกติกาที่ชัดเจน มีพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ มีกำลังคนที่มีทักษะ… ประเทศไทยคือคำตอบ You are talking to the right partner”

นายอนุทิน กล่าวว่า ไทยจะไม่ลงแข่งขันด้วยการตัดราคาค่าแรงหรือแจกสิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบเซ็นเช็คเปล่า แต่จะแข่งขันด้วยคุณภาพ นวัตกรรม และศักยภาพทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน นักลงทุนที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยไม่ได้มองเพียงแค่ตลาดประชากร 70 ล้านคน แต่กำลังเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่มีประชากรรวมกว่า 700 ล้านคน

โดยมุ่งเป้าดึงดูดกลุ่มอุตสาหกรรมมูลค่าสูง อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), เซมิคอนดักเตอร์, ยานยนต์สมัยใหม่, เทคโนโลยีสุขภาพ และพลังงานสะอาด

สำหรับมิติการปฏิรูประบบราชการ ภาครัฐต้องเป็นฝ่ายปรับตัวและเปลี่ยนโครงสร้างก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนหรือภาคเอกชนปรับตัวอยู่ฝ่ายเดียว พร้อมสั่งการให้ขจัดค่านิยมรับราชการแบบเกียร์ว่าง ที่มักมองว่า ไม่ทำอะไรก็รอเลื่อนขั้น แต่ทำงานมากมีความเสี่ยงที่จะถูกจับผิด ให้หมดสิ้นไป โดยต้องสร้างหลักประกันให้ข้าราชการกล้าตัดสินใจปฏิบัติงานด้วยความสุจริต

“รัฐที่มีศักยภาพสูง ไม่ได้วัดจากจำนวนหน่วยงาน จำนวนกฎหมาย หรือจำนวนบุคลากร แต่วัดจากความสามารถในการตัดสินใจ แก้ปัญหา และสร้างผลลัพธ์ให้ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ตรงจุด และโปร่งใส”

ทั้งนี้ รัฐบาลได้เร่งขับเคลื่อนเครื่องมืออำนวยความสะดวกอย่าง Thailand Fast Track และ Super License รวมถึงตั้งเป้าหมายบรรจุการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ไว้ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาล กฎหมายการแข่งขัน และความโปร่งใสของไทยสู่ระดับสากล

ในส่วนของการพัฒนาทุนมนุษย์และการบริหารจัดการพลังงาน ได้เน้นย้ำการปรับปรุงระบบการศึกษาที่มุ่งเน้นทักษะการปฏิบัติงานจริงมากกว่าวุฒิปริญญา โดยใช้กลไกสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเข้ามารองรับผู้มีฝีมือเข้าสู่ระบบแรงงาน พร้อมกำหนดกติกาให้การลงทุนในกลุ่ม Data Center ต้องรับผิดชอบต่อการใช้พลังงานสะอาด และไม่แย่งชิงทรัพยากรน้ำหรือไฟฟ้าของประชาชน


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles