หนุ่มสาวจีน ไม่เปย์ในวันแห่งความรัก

กดแชร์

ในสมัยที่เศรษฐกิจจีนเฟื่องฟู ภาพ หนุ่มสาวจีน ถือดอกกุหลาบช่อใหญ่ หรือ อวดไอโฟนรุ่นใหม่ กระเป๋าแบรนด์ดัง ภาพอาหารมื้อหรูกับแฟน ในโซเชียลมีเดีย เป็นสิ่งที่คุ้นตา ในช่วงเทศกาลชีซีเจี๋ย (Qixi Festival) ซึ่งเป็นวันแห่งความรักของประเทศจีน ตามตำนาน หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า ซึ่งปกติจะตรงกับ เดือนกรกฎาคม หรือ สิงหาคม ของทุกปี

ปีนี้ หนุ่มสาวจีน ฉายหนังคนละม้วน

เทศกาลแห่งความรักประจำปีนี้ 2567 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ผ่านมา หนุ่มสาวจีน กลับบ่นผ่านโซเชียลมีเดียว่า ไม่ได้ของขวัญใน วันแห่งความรัก เพราะเศรษฐกิจซบเซา และการหางานลำบาก

บนแพลตฟอร์ม Weibo แฮชแท็ก ที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ “การใช้จ่ายใน วันวาเลนไทน์จีนลดลง คนจีน ไม่จ่าย เพื่อความรัก” ผู้คอมเมนต์รายหนึ่ง โพสต์ว่า “เทศกาลชีซีเจี๋ยปีนี้ ไม่คึกคักเหมือนปีก่อน รู้สึกบรรยากาศเงียบเหงา” บางคนก็โพสต์ว่า “เศร้าใจ นึกถึงเมื่อก่อน แฟนมีเงินให้ใช้”

ประเทศจีน กำลังประสบปัญหาต่างๆ ทั้งการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ซบเซา วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ และหนี้สิน ที่เริ่มมีปัญหามากขึ้น

อัลเฟรด หวู่ (Alfred Wu) รองศาสตราจารย์จาก The Lee Kuan Yew School of Public Policy มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า หนุ่มสาวจีน ที่เคยเปย์ ในวันแห่งความรัก กำลังดิ้นรนหางานทำอยู่ เมื่อความรู้สึกแย่ ก็ยิ่งเสริมให้ บรรยากาศโดยรวมติดลบ ไม่เฉพาะกับเทศกาลนี้เท่านั้น

ซึ่งสอดคล้องกับ ความเห็นของ นักการตลาดบางส่วน ที่ว่า การใช้จ่ายของ หนุ่มสาวจีน ลดลงอย่างต่อเนื่อง และเสริมว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจีน ยังอยู่ในระดับต่ำสุด เป็นประวัติการณ์

ข้อมูลของยอดขายปลีก ซึ่งเป็นตัววัดอัตราการบริโภค ถึงจะเพิ่มขึ้น 2.7% ใน เดือนกรกฎาคม 2567 แต่ราคาบ้านใหม่ กลับลดลง 4.9% เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งลดลงต่ำสุด ในรอบ 9 ปี โดยลดลงต่อเนื่องมา 13 เดือนแล้ว

ราคาบ้าน เป็น ตัวชี้วัดสำคัญ ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากความมั่งคั่งของครัวเรือนจีน ประมาณ 70% ผูกอยู่กับอสังหาริมทรัพย์ จึงส่งผลถึงการใช้จ่ายของชาวจีน

พฤติกรรมการใช้จ่ายของชาวจีน เป็น ปัญหาสำหรับธุรกิจระดับโลก และ รัฐบาลจีน บริษัทข้ามชาติตะวันตกหลายแห่ง อย่างเครื่องสำอางยี่ห้อ L’Oreal หรือ ผู้ผลิตรถยนต์ Volkswagen ต่างส่งสัญญาณเตือน ว่า อุปสงค์ที่จีนอ่อนแอ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ยังคงซบเซา

ความพยายามของรัฐบาลจีน ในการผลักดันเศรษฐกิจ

บรรยากาศเศรษฐกิจที่ซบเซา ส่งผลให้ความพยายามของรัฐบาลจีนไม่ได้ผล ทั้งการส่งเสริมการแต่งงาน เพื่อแก้ปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลง และเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุ เพราะ จำนวนประชากรที่ลดลง จะฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจ

ตามข้อมูลประชากร ในช่วงครึ่งแรกของ ปีนี้ 2567 มีคู่แต่งงานเพียง 3.43 ล้านคู่ ซึ่งลดลงกว่าครึ่ง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับ เมื่อ 10 ปีก่อน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์ของรัฐ CCTV ได้เผยแพร่วิดีโอ ครอบครัวของ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในวัยหนุ่ม ภริยา และลูกสาว ตอนยังเป็นทารก เพื่อฉลองการแต่งงาน 3 ทศวรรษ

แต่ก็ไม่สามารถโน้มน้าวใจประชาชนได้ มีคนบ่น บนโซเชียลมีเดียว่า ไม่สามารถเริ่มต้นสร้างครอบครัวได้ เพราะเป็นหนี้ หรือต้องทำแต่งาน

ผู้ใช้ Weibo รายหนึ่งถามว่า “เมื่อคนวัย 35 ปี มีหนี้สินหลายหมื่นหยวน จะหาอารมณ์ที่ไหนไปเดทได้”

มีคำฮิต “996007” ในหมู่คนจีน ซึ่ง “996” หมายถึง คนที่ต้องทำงานหนัก ตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 21.00 น. 6 วันต่อสัปดาห์ หรือ “007” คือ ทำงานทุกวัน

บรรยากาศซบเซาโดยภาพรวม เริ่มปรากฏในข้อมูลการค้า และข้อมูลอื่นๆ เช่น ข้อมูลของกรมศุลกากร ที่พบว่า การนำเข้าเพชร เครื่องประดับ ของช่วงครึ่งปีแรก 2567 ลดลง 28% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 2566

รายงานกลางปี 2567 ของบริษัท De Beers ซึ่งเป็น ซัพพลายเออร์เพชร ระบุว่า เศรษฐกิจจีน ยังเผชิญกับความท้าทาย อย่างต่อเนื่อง การฟื้นตัวคาดว่า จะล่าช้าออกไป

และตามข้อมูลของ สำนักงานบริหารการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ พบว่า การลงทุนจากต่างประเทศ ลดลงเกือบ 15,000 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของจีน ในการควบคุมการไหลออกของเงินทุน

ภาคธุรกิจส่งเสียงเตือน

วันแห่งความรักของจีน หรือ เทศกาลชีซีเจี๋ย ตามตำนานหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า ที่จะมาพบกันปีละ 1 ครั้ง เป็นโอกาสทองของ บริษัทจีน และ บริษัทต่างชาติ ที่จะขายสินค้าของตัวเอง แต่ตอนนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว แบรนด์ระดับโลก ไม่สามารถพึ่งพาตลาดในจีน ได้อีกต่อไป

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท L’Oreal บอกว่า “ประเทศจีน เป็น ประเทศเดียวในโลก ที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังคงต่ำมาก” โดยอ้างอิงจาก สภาพตลาดงานที่อ่อนแอ และปัญหาอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นเหตุของความซบเซาทางเศรษฐกิจ รวมถึงความไม่เชื่อมั่นของผู้บริโภค จึงส่งผลให้การเติบโตของสินค้าด้านความงามทั่วโลกลดลง เช่นเดียวกับ บริษัทโฆษณา WPP ที่เปิดเผยรายได้ในไตรมาส 2 ในจีนพบว่า ลดลงเกือบ 1 ใน 4 เมื่อเทียบกับปีก่อน และแนวโน้มไม่ดีขึ้น ด้าน Volkswagen และ Mercedes ก็มีความเห็นต่อเศรษฐกิจจีน ไปในทางลบเช่นกัน

ผู้บริหาร Mercedes Benz กล่าวว่า “แม้จะผ่านพ้นช่วงการระบาดของโควิดมาแล้วก็ตาม แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็ยังไม่กลับมา และไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ที่ผู้บริโภคจีนจะฟื้นคืนความเชื่อมั่นอีกครั้ง”

สรุป หนุ่มสาวจีน ไม่เปย์ในวันแห่งความรัก

  • หนุ่มสาวจีน ต้องต่อสู้กับสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา ราคาบ้านตก ปัญหาหนี้สิน การหางานยาก จนไม่คิดเรื่องความรัก หรือต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลง
  • การกระตุ้นของรัฐบาลที่ให้ หนุ่มสาวจีน สร้างครอบครัว เพื่อสร้างเศรษฐกิจในอนาคต ไม่ได้รับการตอบรับ
  • ธุรกิจต่าง ๆ ในจีน ยังไม่เห็นสัญญาณ การฟื้นความมั่นใจของผู้บริโภคจีนว่า จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

ที่มา ซีเอ็นเอ็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตลาดจีนฟุบ แบรนด์ยักษ์ทั่วโลกหันหัวเรือสู่อินเดีย


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles