การเมืองมืดบอด เศรษฐกิจไทยมืดมน ประชาชนรับกรรม

กดแชร์

การเมืองมืดบอด ติดอยู่ในวังวนซ้ำซาก จึงไม่ต้องแปลกใจที่ เศรษฐกิจไทยมืดมน ประชาชนรับกรรม ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข 1 ปีที่สูญเสียไป มีผลงานอะไร ที่จับต้องได้เป็นรูปธรรมบ้าง อำนาจซ้อนอำนาจ จะบริหารบ้านเมืองต่อไปในรูปแบบไหน ?

ปฐมบท เศรษฐา ก้าวขึ้นนายกคนที่ 30

ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของ “เศรษฐา ทวีสิน” คือผลลัพธ์ของการตระบัดสัตย์ทางการเมือง ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ของคนการเมืองที่เป็นมือเป็นไม้ และเป็นหนังหน้าไฟให้นายใหญ่ จนบางคนหน้าไหม้ หน้ายับ หน้าแตก หน้าเหวอไป เสียศูนย์มาจนถึงทุกวันนี้

เสียทั้งความเป็นผู้ใหญ่ ความเป็นหมอ ความเป็นนักการเมือง หมดสิ้นเครดิต แม้จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นสิ่งตอบแทน ก็แค่ครีมบัวหิมะ ทาบรรเทาชั่วคราวแล้วยึดคืน ไม่ได้ผ่าตัดทำศัลยกรรมให้ไฉไลเหมือนเดิม เต็มไปด้วยแผลเป็น ตัวอักษรปรากฏบนหน้าผาก อ่านได้ความว่า “ตระบัดสัตย์” …จบนะ

นับตั้งแต่บันไดก้าวแรกของการฉีกเอ็มโอยูกับพรรคก้าวไกล พรรคที่ได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยคะแนนเสียง 151 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทย ได้ 141 ที่นั่ง เป็นอันดับ 2 แต่พลิกเกมการเมือง ขึ้นมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

บันไดก้าวที่สอง กลืนเสลดสีเขียวๆลงคอ หรืออาจจะมากกว่าเสลดสีเขียวแต่เป็นสิ่งปฏิกูลสีเหลือง จากการหาเสียง ชูแคมเปญชัดเจนว่า “ร่วมกันปิด ส.ว. ปิดสวิตช์ 3 ป. เพื่อทำให้คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ขอให้ช่วยพาพรรคเพื่อไทยเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล”

นั่นคือ คำพูดบนเวทีของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ที่ชื่อ “แพทองธาร ชินวัตร” แต่ในทางปฏิบัติกลับสลับขั้วไปจับมือกับ”พรรค2 ลุง” คือพรรคไทยรักษาชาติของ “ลุงตู่” และ พรรคพลังประชารัฐ ของ “ลุงป้อม” มาร่วมตั้งรัฐบาล แกนนำคนเสื้อแดงที่เป็นกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทย และลุยช่วยหาเสียงแบบเต็มเหนี่ยวไปเลยพี่ อย่าง “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เดินจากไปอย่างเจ็บปวดหัวใจ น้ำตาคลอ

การเมืองมืดบอด เศรษฐกิจไทยมืดมน ประชาชนรับกรรม

สุดท้ายตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่30 มาลงที่ “เศรษฐา ทวีสิน” กับปัญหาที่ยกขึ้นมากล่าวอ้างว่า ต้องรีบเข้ามาแก้ไข และจัดตั้งรัฐบาล เพราะประเทศชาติถอยหลังมา 9 ปี ขนาดพรรคก้าวไกล ขอให้ยื้อไป 9 เดือน เพื่อให้สว. รุ่นลงทะเบียนรับสิทธิ์เลือกนายกฯได้ ปลดประจำการ พรรคเพื่อไทยก็บอกรอไม่ได้ ทำนองว่า ต้องตระบัดสัตย์เพื่อชาติ ปัญหาของประเทศต้องรีบแก้ไข…สุดท้ายเป็นไง แก้ไขอะไรไปบ้าง จะแก้ไขเสร็จกี่โมง

สัญญาประชาชน “ผมจะทำงานไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย”

อดีต… เน้นอีกที “อดีตนายกฯเศรษฐา” น่าจะรู้ดีว่า ตัวเองมีเดิมพันสูง ภารกิจคราวนี้ ถ้าไม่เกิดก็ดับ แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่า จะแก้ปัญหาได้ ด้วยความที่เป็นนักธุรกิจบริหารองค์กรใหญ่มาก่อน

อดีตฯนายกเศรษฐา ลั่นวาจาว่า “จะทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย” การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีราคาที่ต้องจ่าย ทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล จะต้องช่วยกันทำงาน เรียกคะแนนนิยมตีตื้นคืนมา ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ประชาชนจะกินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ที่สำคัญ นายกฯเศรษฐา ยังบอกด้วยว่า พรรคเพื่อไทยจะต้องรีแบรนด์

ช่วงแรกๆ บรรดารัฐมนตรี และพรรคร่วมรัฐบาล ก็ทำท่าขึงขัง จะลุยงานกับนายกฯเศรษฐา แล้วค่อยๆถอยห่างกันออกไป ทันทีที่มีเงาของนายใหญ่ปรากฎขึ้นชัดเจนบนแผ่นดินไทย จากเงาที่จะเข้าประเทศมาเลี้ยงหลาน ส่งหลานไปโรงเรียน(กี่โมง) ค่อยๆปรากฏเป็นตัวตน และแรงปรารถนาในอำนาจที่ชัดเจน

เข็มทิศศูนย์กลางบริหารประเทศ เบนจากทำเนียบรัฐบาลไปสู่ บ้านจันทร์ส่องหล้า อดีตนายกฯ“เศรษฐา” รู้ตัวทันทีว่า ที่ยืนทางการเมืองจะไม่มี ทันทีที่นายใหญ่ซอฟท์แลนด์ดิ้งที่สนามบินดอนเมือง ตัวตนเริ่มลางเลือน สั่งใครก็ไม่ฟัง ไม่เชื่อ ไม่ช่วย  โดดเดี่ยวเดียวดาย แม้แต่คนข้างกายก็เป็นแค่สปายมาคุมเกม

คนที่เดิมเกมการเมืองแบบรุกได้ ถอยเป็น เล่นชั้นเชิง พริ้วไหว ฝีปากเอกนักเจรจา พอได้เป็นรัฐมนตรี ทำเป็นแค่ตัดริบบิ้นเปิดงาน กับกินข้าว 10 ปี จากโครงการรับจำนำโชว์สื่อ ของแพงไม่แก้  สินค้าเกษตรราคาแย่ถูกปล่อยวาง ประกาศจะเลิกโครงการอุดหนุนเกษตรกร

อ้าว…ก็ไหนตอนจัดตั้งรัฐบาลประกาศปาวๆ ปัญหาประเทศต้องรีบแก้ไข รอไม่ได้แล้ว …จะครบ 1 ปี ท่านแก้อะไรไปบ้าง  ขอ 3 บรรทัดสั้นๆ ไม่รู้ว่าให้พื้นที่มากไปหรือเปล่า งั้น แถมเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ พ่วงไปด้วยเลย ขยับเขยื้อนไปกี่มิลลิเมตรแล้ว

เซลล์แมนเบอร์หนึ่งประเทศไทย การลงทุนที่สูญเปล่า

 การเดินทางไปชักชวนนักลงทุนจากต่างประเทศ ที่ทั้งตัวนายกฯและทีมโฆษกรัฐบาลเคลมว่า มีนักลงทุนสนใจมากมายจะมาลงทุนในประเทศไทย บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งนั้น ที่สำคัญ “เศรษฐา” ลงทุนเปิดโต๊ะคุยเองแทบทุกบริษัท ประกาศตัวเป็นเซลล์แมนเบอร์หนึ่งของประเทศไทย โดยเฉพาะการขายโครงการแลนด์บริดจ์ ที่เป็นตัวชูโรง

สุดท้าย การปรากฏกายของบอสใหญ่ ทำให้ เศรษฐา กลายเป็น ยักษ์ที่ไม่มีกระบอง นักลงทุนต่างประเทศไม่เชื่อถือ เพราะ มีอำนาจที่ใหญ่กว่าซ้อนอำนาจประมุขฝ่ายบริหารของประเทศ การตัดสินใจ คำมั่นสัญญาที่คุยกันไว้กับนายกฯของประเทศไทย อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาทั้งวันที่ฝนตกและฝนไม่ตก เลยหอบเงินไปลงทุนที่อื่นดีกว่า ทุกอย่างเลยสะดุดหยุดลงแทบเท้าของบอสใหญ่

ความพยายามที่จะฝืนแรงเสียดทานของเศรษฐา ค่อยๆอ่อนยวบลง ทำงานเป๋ไปเป๋มา ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จนต้องใช้วิธีเลี่ยงการประจันหน้ากับเจ้าของอำนาจ หันไปลงพื้นที่ เป็นนายกฯพเนจร ตะลอนทัวร์ จนถึงจุดปรับครม. ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในพรรคเพื่อไทยว่า “เศรษฐา” เป็นคนตั้ง แต่ “นายใหญ่” เป็นคนเลือก

จนสร้างรอยร้าวระหว่าง “เศรษฐา ทวีสิน” กับ “ปานปรีย์ พหิทธานุกร” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ ที่ถูกปรับเหลือแค่ตำแหน่งรมว.การต่างประเทศ และลาออกไปในที่สุด หนึ่งในรายชื่อที่นายใหญ่ส่ง “ตั๋วช้าง” มาใส่มือให้ “เศรษฐา” ก็คือ “พิชิต ชื่นบาน” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นสารตั้งต้นที่นำไปสู่การหลุดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในที่สุด

“เป็นลูกที่ดีครับ” เป็นคำตอบที่ปล่อยวางในทุกสิ่ง กลายเป็นแค่หุ่นเชิด และหมากตัวหนึ่งที่เอามาเดินคั่นเวลา และเศรษฐา ได้ประจักษ์แจ้งแล้วว่า อำนาจไม่มีอยู่จริง ความตั้งใจที่จะทำงานให้ออกมาแบบการบริหารงานในบริษัทของซีอีโอ เป็นได้แค่ความคิด เอามาใช้ไม่ได้จริงกับ โลกของการเมือง

เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล ประชาชนรับกรรม

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่คำตอบแบบกระอักเลือดของเศรษฐา ในวันที่เดินออกจากทำเนียบ ต่อคำถามของนักข่าวที่ว่า จุดสูงสุดของท่านนายกฯคืออะไรค่ะ

“เป็นลูกที่ดีครับ” เป็นคำตอบที่ปล่อยวางในทุกสิ่ง กลายเป็นแค่หุ่นเชิด และหมากตัวหนึ่งที่เอามาเดินคั่นเวลา และเศรษฐา ได้ประจักษ์แจ้งแล้วว่า อำนาจไม่มีอยู่จริง ความตั้งใจที่จะทำงานให้ออกมาแบบการบริหารงานในบริษัทของซีอีโอ เป็นได้แค่ความคิด เอามาใช้ไม่ได้จริงกับ โลกของการเมือง

โชคดีของนายกฯเศรษฐา ที่ประเทศไทยมีปัญหาหมักหมมอยู่มากมาย ทั้งด้านสังคม การศึกษา ยาเสพติด เศรษฐกิจ การทำงานจึงไม่สามารถขับเคลื่อนงานออกมาได้เป็นรูปธรรมชัดเจนมากนัก เพราะต้องรับศึกหลายด้าน  พรรษาทางการเมืองก็ไม่ถึง บารมีก็ถูกกดทับ จึงอยู่มาได้เกือบจะครบ 1 ปี

เศรษฐกิจไทยมืดมน รอจนถึงจุดต่ำสุด เพื่อผุดอัศวินขี่ม้าขาว

ถ้าผลงานโดดเด่น เข้าตากรรมการ ประชาชนชื่นชม คะแนนนิยมพุ่งปรี๊ด คงถูกเตะตัดขาไปตั้งนานแล้ว ไม่ต้องวางแผนยืมดาบจากมือใครมาจัดการให้  

แต่ไหนแต่ไรมา บอสใหญ่ ไม่เคยปลื้มกับใครก็ตามที่ออร่าโดดเด่นกว่าตัวเอง พระเอกที่กำลังจะขึ้นขี่ม้าขาว ถูกสังเวยมานับไม่ถ้วน บอสใหญ่ไม่เคยยกระดับให้ใครมาเป็นมิตรแท้ แต่ถ้าไม่ปลื้มใคร ก็พร้อมจะตีตรากาหัวเป็นศรัตรูถาวร แบบแค้นฝังหุ่น

นับจากนี้ก็จะมีหุ่นเชิดตัวต่อๆไป ทั้งที่ไม่รู้ตัว และพร้อมใจ เข้ามารับใช้นายใหญ่ตามแต่ภารกิจที่จะได้รับมอบหมายอีกเช่นเคย ไม่ใช่เข้ามาแก้ปัญหาให้ประชาชน  งานของประเทศก็จะถอยหลังหนักเข้าไปใหญ่ ประชาชนก็จะยิ่งลำบาก เศรษฐกิจจะดิ่งเหวแบบกู่ไม่กลับ ลงทะเบียนดิจิทัลวอลเล็ตที่แย่งกันใช้แอปทางรัฐ จนหมุนติ้วๆกว่าจะลงได้ จะเมื่อยนิ้วเล่นกันไปเปล่าๆ

เดินเกมการเมืองแบบเดิม ย่อมได้ผลลัพธ์แบบเดิมๆ

ปฏิบัติการเอาคืนครั้งนี้ ดูเหมือนว่าเพิ่งจะเริ่มต้น การเปิดรั้วให้เสือแกล้งป่วย ดูหมดพิษสง เข้ามาอยู่ในบ้าน ในวันที่เสืออยากคำราม อยากขย้ำ อยากแสดงพลังอำนาจขึ้นมา คนในบ้านก็จะบาดเจ็บล้มตาย เป็นอาหารอันโอชะของเสือหิว

จะน่ากลัวขนาดไหน ถ้าการแก้แค้นครั้งนี้ เป้าหมายคือ ความต้องการเห็นภาพความทุกข์ยากของประชาชนคนไทยถึงจุดต่ำสุด เพื่อให้คิดถึงอดีตที่เศรษฐกิจเคยรุ่งโรจน์ โหยหาและเรียกร้องให้เขาคนนั้น กลับมาเป็นอัศวินขี่ม้าขาว

ทางเดียวที่จะรอดจากคมเขี้ยวพยัคฆ์ที่กระหายในอำนาจ ได้คือ ต้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เอาน้ำดีมาไล่น้ำเน่า ตามแนวทางประชาธิปไตย แบบไม่เหลี่ยม มีความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในจริยธรรม และผลประโยชน์ส่วนรวม

ถ้ายังเดินตามแนวทางเดิม ก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดิมๆ อำนาจในการบริหารประเทศก็แค่สมบัติผลัดกันชม ตามเกมการเมืองที่ใครจะเดินหมากหลอกล่อได้เก่งกว่ากัน

ล่าสุด พรรคร่วมรัฐบาล มีมติส่งชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งค์อิ๊งค์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ที่ประชุมสภาโหวตเลือกนายกฯในวันพรุ่งนี้(16 ส.ค. 2567) ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร เคยให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นวันเกิดของตัวเองว่า จะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ แต่จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษา เหมือนพ่อให้คำปรึกษาลูก

ถ้าสภาโหวตเลือกอุ๊งค์อิ๊งค์ เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไปนี้คนที่ยืนอยู่ข้างหลังนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ก็คือ พ่อของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นพี่ชายอดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นพี่เขยของอดีตนายกรัฐมนตรี

ประวัติ ทักษิณ ชินวัตร

โอววว…มายก๊อด


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles