“พิพัฒน์” ปลื้ม MOU 2 กรมใหญ่ เชื่อมข้อมูลกรมการขนส่งทางบกและกรมทางหลวง บูรณาการระบบทะเบียน และ GPS แบบ Real-time มุ่งเป้าลดอุบัติเหตุ แก้จราจร และปราบอาชญากรรมทางถนนสู่รัฐบาลดิจิทัล
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รุกฆาตงานบริการภาครัฐ ลงนามความร่วมมือ (MOU) เชื่อมข้อมูลกรมการขนส่งทางบกและกรมทางหลวง เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลทะเบียนรถ ใบอนุญาตขับขี่ และระบบ GPS อัจฉริยะ หวังเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล ตรวจสอบรถบรรทุกน้ำหนักเกิน และติดตามรถโจรกรรมได้อย่างแม่นยำ เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของประชาชนสูงสุด
เปิดข้อมูลไฮไลท์: ใครแชร์อะไรบ้าง?
การผนึกกำลังครั้งนี้เป็นการนำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนี้:
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) สนับสนุน:
- ข้อมูลการจดทะเบียนรถและใบอนุญาตขับรถ
- ข้อมูล DLT GPS เพื่อติดตามพิกัดการเดินรถแบบ Real-time
- ข้อมูลผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อการกำกับดูแลที่เข้มงวด

กรมทางหลวง (ทล.) สนับสนุน:
- ข้อมูลระบบ DOH One Map (คลังข้อมูลภูมิสารสนเทศ)
- สถิติอุบัติเหตุและพิกัดการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน
- ข้อมูลสภาพการจราจรและโครงข่ายสะพานทั่วประเทศ

ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ
- ความปลอดภัยสูงขึ้น: ตรวจสอบและสกัดกั้นการโจรกรรมรถหรือการกระทำผิดกฎหมายได้รวดเร็วขึ้น
- แก้ปัญหาจราจร: นำข้อมูล GPS มาวิเคราะห์เพื่อวางแผนจัดการจราจรและซ่อมแซมถนนให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง
- ถนนพังน้อยลง: เข้มงวดกับการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินด้วยการตรวจสอบพิกัดและทะเบียนรถที่แม่นยำ
- บริการภาครัฐไร้รอยต่อ: ลดเวลาในการติดต่อราชการ เพราะหน่วยงานมีฐานข้อมูลเชื่อมถึงกัน
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ระบุทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมการคมนาคมไทยสู่ระบบอัจฉริยะ (Smart Mobility) ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยในด้านการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายเพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ทางหลวงชนบทยกระดับมาตรฐานทาง! นำนวัตกรรมโลกปรับปรุงถนนทั่วไทย
เก็บค่าผ่านทาง m81 เริ่ม 16 มกราคม2569



