รฟท. จ่อชง ครม. ใหม่เคาะ รถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

กดแชร์

เดินหน้าแก้ปมหลัก ประกันงานโยธา รถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน เคลียร์ชัดช่วง Missing Link ไม่ให้กระทบโครงการไทย-จีน มั่นใจพร้อมเปิดใช้ปี 2575

โครงการ รถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังจากที่การเจรจาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนกับภาคเอกชนได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว โดยนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยผลการประชุมบอร์ด รฟท. ล่าสุดว่า กระบวนการทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการร่างสัญญาใหม่เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณาอนุมัติหลักการ

สาระสำคัญของการแก้ไขสัญญาครั้งนี้ อยู่ที่การจัดการข้อจำกัดด้านสภาพคล่องของบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด หลังวิกฤตโควิด-19 โดยมีการตกลงเรื่องการวางหลักประกันงานโยธา และงานระบบรวมวงเงิน 160,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงานโยธา 120,000 ล้านบาท และงานระบบ 40,000 ล้านบาท โดยเงื่อนไขคือ เอกชนจะได้รับหลักประกันคืนทั้งหมด เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดเดินรถได้ภายใน 5 ปี ขณะที่ประเด็นความเห็นแย้งกับอัยการสูงสุด เรื่องขอบเขตการคุ้มครองของหลักประกันนั้น รฟท. ยืนยันว่า โครงการมีหลักประกันสัญญาหลักมูลค่า 4,500 ล้านบาทรองรับความเสี่ยงอื่นๆ ไว้อยู่แล้ว

ไทม์ไลน์การดำเนินงานปี 2569

หาก ครม. ชุดใหม่พิจารณาเห็นชอบในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2569 คาดว่า จะมีการลงนามสัญญาที่แก้ไขภายในเดือนกรกฎาคม และ รฟท. จะสามารถออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ได้ในเดือนสิงหาคม 2569 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี และทดสอบระบบอีก 6 เดือน เพื่อเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2575

นอกจากนี้ รฟท. ยังเน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่าง รถไฟไฮสปีด และ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน โดยเฉพาะพื้นที่โครงสร้างร่วมอย่าง “Missing Link” ที่ต้องประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการทำงานซ้ำซ้อนด้านวิศวกรรม หากการแก้ไขสัญญาไม่เป็นไปตามกรอบเวลา รฟท. ได้เตรียมแผนสำรอง ในการดึงงานโครงสร้างร่วมกลับมาดำเนินการเอง เพื่อไม่ให้ภาพรวมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และความร่วมมือรถไฟไทย-จีนต้องหยุดชะงัก

เจาะลึกความสำคัญของโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

ทำไมโครงการนี้ถึงเป็นหัวใจหลักของยุทธศาสตร์ชาติ? นี่คือข้อควรรู้ที่สำคัญ

  1. การเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity): นี่คือครั้งแรกของไทยที่จะเชื่อม 3 ท่าอากาศยานหลักเข้าด้วยกัน ช่วยให้การเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
  2. ตัวขับเคลื่อนหลักของ EEC: นอกจากอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารแล้ว ยังเป็นการปูทางสู่ “เมืองการบินอู่ตะเภา” และส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve)
  3. มาตรฐานความโปร่งใสระดับสากล: ก่อนเริ่มออก NTP รฟท. มีมาตรการส่งร่างสัญญาให้หน่วยงานอิสระอย่าง สตง. และ ป.ป.ช. ตรวจสอบ พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกขั้นตอนการลงทุน

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : รถไฟสายสีแดง ผุด Sky Walk เชื่อมตรง รพ. รามาฯ


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles