บสย.จัดเต็ม! ปี 68 อัดวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 1.1 แสนล้านบาท ลุยฟื้นเอสเอ็มอีไทย พร้อมขานรับนโยบายรัฐ ปลดล็อก SMEs ซื้อรถกระบะใหม่ เพื่อสร้างอาชีพได้ต่อเนื่อง หนุนกลุ่มเปราะบาง เข้าถึงสินเชื่อ
- เผยยอดค้ำประกันสินเชื่อปี 67 รวม 53,738 ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อ 88,472 ราย
- ประสบความสำเร็จแก้หนี้สะสม 18,489 ราย คิดเป็นมูลหนี้รวม 11,872 ล้านบาท
- ชูมาตรการ SMEs PICK-UP วงเงิน 10,000 ล้านบาท ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ ผ่านกลไกการค้ำประกันของ บสย.
- คาดสามารถช่วยผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อรถกระบะใหม่ เข้าถึงสินเชื่อ 12,500 ราย รักษาการจ้างงาน 37,500 ตำแหน่ง
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ในปี 68 นี้ บสย. เตรียมสานต่อการยกระดับ และพัฒนาการค้ำประกันสินเชื่อในประเทศไทยให้แข็งแกร่ง เสริมสร้างกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ การบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีขึ้น และเพิ่มศักยภาพในการสนับสนุนทางการเงินให้ SMEs พร้อมเปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่ๆ เพื่อขยายการช่วยเหลือ SMEs ให้ครอบคลุมมากที่สุด บวกกับข้อมูลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ล่าสุดที่ระบุถึง สินเชื่อที่หดตัวลงในปี 2567 สำหรับสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์หดตัว 0.4% ลดลงสูงสุดในรอบ 15 ปี โดยสินเชื่อธุรกิจ SMEs หดตัวลง เช่นเดียวกับสินเชื่อเช่าซื้อที่ลดลง 9.9% ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าว บสย. ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วย SMEs จำนวนกว่า 3.2 ล้านราย ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ผ่านกลไกการค้ำประกันของ บสย. ปีนี้ได้เตรียมวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 110,000 ล้านบาท คาดว่าจะก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบ 142,000 ล้านบาท ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ 165,000 ราย รักษาการจ้างงาน 940,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ 454,300 ล้านบาท
โดยผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อต่างๆ ทั้งโครงการตามมาตรการรัฐ PGS 11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ โดย บสย. ดำเนินการเอง ครอบคลุมการช่วยเหลือ SMEs ทุกกลุ่ม ดังนี้
กลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อกระบะใหม่ ในการขนส่งสินค้าและธุรกิจค้าขาย โดยล่าสุดได้เปิดตัว มาตรการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อ (บสย. SMEs PICK-UP) วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อช่วย SMEs กลุ่มนี้เข้าถึงสินเชื่อในระบบ ผ่านกลไกการค้ำประกันของ บสย. คาดว่าสามารถช่วยผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อรถกระบะใหม่ เข้าถึงสินเชื่อ 12,500 ราย รักษาการจ้างงาน 37,500 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 41,300 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นตลาดรถเชิงพาณิชย์ที่ซบเซา ให้กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตลอดปีนี้
กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย/กลุ่มเปราะบาง ผู้ที่เริ่มทำธุรกิจ อาชีพอิสระ ภายใต้โครงการค้ำประกันที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการกลุ่ม Micro SMEs ให้ครอบคลุมมากที่สุด ได้แก่ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 “บสย. SMEs สร้างโอกาส” โครงการล่าสุดร่วมกับสถาบันการเงินของรัฐ มุ่งช่วย SMEs ที่ไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อในระบบ วงเงินโครงการ 2,000 ล้านบาท ค้ำประกันไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 “บสย. SMEs มีทุน” อีกโครงการล่าสุด มุ่งช่วย SMEs รายย่อย อาชีพอิสระที่มีปัญหาเข้าถึงสินเชื่อในระบบ วงเงินโครงการ 2,000 ล้านบาท ค้ำประกันไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย รวม 2 โครงการ คาดว่าจะช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อในระบบไม่ต่ำกว่า 200,000 ราย
โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 บสย. SMEs Small Biz และโครงการ PGS 11 บสย. SMEs Smart Gen ให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือขนาดกลางที่มีศักยภาพ ต้องการขยายธุรกิจด้วยวงเงินสินเชื่อที่สูงขึ้น และโครงการ PGS 11 บสย. SMEs No One Left Behind และ โครงการ PGS 11 บสย. SMEs Smart Build ตอบโจทย์ SMEs ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ จากเหตุการณ์หรือในภาวะที่ไม่ปกติ อาทิ อุทกภัย และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ
กลุ่มผู้ประกอบการที่มุ่งเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี หรือปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจ สีเขียว ผ่านโครงการ PGS 11 บสย. SMEs Smart Green
กลุ่มผู้ประกอบการใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่อนาคต ผ่านโครงการ PGS 11 บสย. SMEs Ignite Biz และ บสย. SMEs Ignite One
กลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด และอยู่ระหว่างฟื้นตัว เป็นกลุ่มที่ต้องการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง โดย บสย. ให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องผ่าน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ร่วมกับสถาบันการเงินของรัฐ โครงการใหม่ล่าสุด วงเงิน 20,000 ล้านบาท มุ่งช่วย SMEs รายเล็กทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3% ต่อปี และอัตราค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2% ต่อปี ผู้ประกอบการ SMEs รับภาระอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมค้ำประกันเริ่มต้นเพียง 6% ต่อปี โครงการ PGS 11 บสย. SMEs Smart One ให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง สำหรับ SMEs ทั่วไปที่ต้องการสินเชื่อสำหรับขยายกิจการ หรือเสริมสภาพคล่อง
กลุ่มผู้ประกอบการที่ฟื้นตัวจากโควิด และต้องการขยายกิจการ โดย บสย. เดินหน้าให้ความช่วยเหลือ ผ่าน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ อัตราค่าธรรมเนียมตามความเสี่ยง (Risk-Based Pricing) และโครงการรายสถาบันการเงินระยะที่ 7
นายสิทธิกร กล่าวด้วยว่า สำหรับผลดำเนินงานปี 67 บสย. มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 53,738 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อ 88,472 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) 90% ค้ำประกันเฉลี่ย 100,000 บาทต่อราย อีก 10% เป็น SMEs ทั่วไป ค้ำประกันเฉลี่ย 4.96 ล้านบาทต่อราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 58,986 ล้านบาท รักษาการจ้างงาน 487,253 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 220,462 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการหลัก PGS 11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” มียอดค้ำประกัน 28,537 ล้านบาท ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ 30,381 ราย โดยเป็นกลุ่มที่ไม่เคยใช้บริการ บสย. หรือลูกค้าใหม่ถึง 72% และเป็นกลุ่ม Micro SMEs ถึง 83% ตอกย้ำความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า อาชีพอิสระ ที่มีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น โดยประเภทอุตสาหกรรมที่ค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. ภาคบริการ 28.4% 2. การผลิตสินค้าและการค้าอื่นๆ 10.8% และ 3. อาหารและเครื่องดื่ม 10.7% ซึ่งทั้ง 3 อุตสาหกรรมมีสัดส่วนค้ำประกันถึง 50% สะท้อนถึงอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ที่มีส่วนสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย



