“สุริยะ” คอนเฟิร์มยังเดินหน้าโครงการ “แลนด์บริดจ์” ย้ำโรดโชว์ต่างประเทศไม่เสียเปล่า “จีน-ตะวันออกลาง”ยังสนใจลงทุน พร้อมเร่งเครื่องดันพ.ร.บ. SEC เข้า ครม.พ.ค.นี้
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ โดยยืนยันว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้าโครงการฯเนื่องจากเป็นเรือธงของรัฐบาล โดยที่ผ่านมาได้มีการเดินทางเสนอโครงการต่อนักลงทุนในต่างประเทศ (RoadShow)จากประเทศต่างๆให้มาลงทุน ซึ่งการชักชวนนักลงทุนส่งผลสำเร็จโดยมีหลายประเทศให้ความสนใจ เช่น จีน และตะวันออกกลาง โดยบริษัท Dubai Port World ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะร่วมประมูลในโครงการนี้
อย่างไรก็ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)จัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (พ.ร.บ.SEC) ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการนำร่าง พ.ร.บ.SEC ที่ได้จัดทำเบื้องต้นเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยจะมีการโพสต์บนเว็บไซต์เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นที่เกี่ยวกับร่างกฎหมาย เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.2568 ตามกฏหมายเป็นเวลา 30 วัน

นอกจากนี้จะมีการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชนประมาณปลายเดือน เม.ย.นี้ ในพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดสุราฏธานี หลังจากนั้นจะนำในส่วนของความคิดเห็นทั้งหมดที่ได้รับมาประมวลสรุปเพื่อที่จะจัดทำเป็นร่างพ.ร.บ.ฉบับสุดท้าย จากนั้นจะส่งไปยังกระทรวงคมนาคมพิจารณา คาดว่าภายในเดือนพ.ค.จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้ความเห็นชอบเพื่อเข้าสู่กระบวนการเพื่อนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป โดยมั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ. SEC จะผ่านการเห็นชอบและสามารถมีผลบังคับใช้ได้ภายในปี 2568 คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ภายในปี 2569
นายสุริยะ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นที่ผ่านมาได้มีการหารือร่วมกับนักลงทุนที่มีความสนใจ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อจะได้ทราบแนวทางรายละเอียดที่จะนำไปใส่ในการจัดทำข้อกำหนดเงื่อนไขของงาน (TOR )เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลเพื่อหารูปแบบเป็นที่ถูกใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติและคนไทยเนื่องจากโครงการแลนด์บริดจ์มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 1 ล้านล้าน
สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านคมนาคมที่รัฐบาลให้ความสำคัญและพร้อมที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น เพื่อเชื่อมโยง 2 ท่าเรือ ให้เชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ ส่งเสริมการขนส่งทางน้ำให้มีความทันสมัย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจกับนานาชาติ ซึ่งเป็นการลงทุนแบบ PPP เป็นการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเป็นการให้สิทธิแก่เอกชนลงทุนในการก่อสร้างและการบริหารจัดการเป็นระยะเวลา 50 ปี

โดยกำหนดให้ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนโครงการทั้งโครงการ ประกอบด้วย สร้างท่าเรือชุมพร (แหลมริ่ว อ.หลังสวน) ให้เป็นท่าเรือน้ำลึกที่ทันสมัย เพื่อพัฒนาให้เป็นสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย พัฒนาท่าเรือระนอง (แหลมอ่าวอ่าง อ.ราชกรูด) ให้เป็นท่าเรือสินค้าคอนเทนเนอร์และเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เชื่อมโยงระหว่างท่าเรือระนองกับท่าเรือกลุ่มประเทศแถบเอเชียใต้ BIMSTEC ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เป็นต้น



