รัฐเร่งเติม สต็อกน้ำมันเข้าปั๊ม 1-2 สัปดาห์ คืนสู่ภาวะปกติ

กดแชร์

เปิดแผน ศบก. กระจาย สต็อกน้ำมันเข้าปั๊ม 1-2 สัปดาห์ ยันน้ำมันสำรองมีพอใช้ 100 วัน แม้สมรภูมิตะวันออกกลางระอุ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งประธานถกเครียด 4 ชั่วโมงเต็ม สั่งระดมทุกภาคส่วนเร่งกระจาย สต็อกน้ำมันเข้าปั๊ม 1-2 สัปดาห์ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ขาดแคลนชั่วคราว ในบางพื้นที่ พร้อมเผยมาตรการ “Fast Track” ผ่อนผันให้รถบรรทุกน้ำมันวิ่งส่งของได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ มั่นใจปริมาณน้ำมันดิบในคลังยังแกร่ง แม้ความต้องการใช้พุ่งสูงขึ้นจากการตื่นตระหนกของประชาชน โดยคาดว่าแผนการเติมสต็อกน้ำมันเข้าปั๊ม นี้จะช่วยให้สถานการณ์หน้าสถานีบริการกลับมาเป็นปกติได้โดยเร็ว

เจาะปมน้ำมันแห้งถัง เมื่อแรงซื้อ (Panic Buying) ชนะกำลังผลิต

จากการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานอย่างละเอียด นายอนุทินเปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การขาดแคลนจากต้นทาง เพราะโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งยังเดินเครื่องเต็มกำลังที่ 175 ล้านลิตรต่อวัน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือ “ความตื่นตระหนก” จากข่าวสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ยอดใช้ดีเซลจากปกติ 67 ล้านลิตร พุ่งพรวดไปถึง 84 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเกินความสามารถในการกระจายสินค้าของระบบขนส่งปกติ

เปิด 5 มาตรการเหล็ก พลิกวิกฤตพลังงาน

เพื่อให้การกระจายสต็อกน้ำมันสัมฤทธิผล รัฐบาลได้ประกาศมาตรการเร่งด่วนดังนี้

  1. Transport Unlocked: ผ่อนผันรถบรรทุกน้ำมันวิ่งได้ 24 ชั่วโมง เพื่อเติมน้ำมันเข้าปั๊มภายใน 3-5 วัน
  2. Export Cut: ลดการส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว (ลด 25%) และเมียนมาร์ (ลด 20%) เพื่อสำรองไว้ใช้ในประเทศเป็นหลัก
  3. Stock Flexibility: เตรียมผ่อนปรนกฎระเบียบการสำรองน้ำมันเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบ
  4. Price Control: กำกับโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมัน (Jobber) ให้รายงานราคาและปริมาณการขาย โดยราคาหน้าคลังต้องไม่เกินราคาหน้าสถานีบริการของ PTTOR
  5. B20 Readiness: เร่งผลิตพลังงานชีวภาพ B20 ให้พร้อมจำหน่ายเป็นทางเลือกเสริม

ยันน้ำมันสำรองยังแน่น 100 วัน

รัฐบาลขอย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า ประเทศไทยมีการจัดหาน้ำมันดิบจากหลายแหล่งอย่างต่อเนื่อง และมีปริมาณสำรองคงคลังเพียงพอสำหรับใช้ได้นานถึง 100 วัน แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ การสั่งนำเข้าน้ำมันดิบยังทำได้ตามปกติ ขอเพียงประชาชนกลับมาใช้ชีวิต และเติมน้ำมันตามความจำเป็นจริง เพื่อให้ระบบโลจิสติกส์กลับสู่สมดุล

เทคนิคขับขี่ประหยัดน้ำมัน

  • รักษาความเร็วคงที่: การขับรถที่ความเร็ว 80-90 กม./ชม. ช่วยประหยัดน้ำมันได้มากกว่าการเร่งแซงบ่อยๆ
  • เช็กลมยางสม่ำเสมอ: ลมยางที่อ่อนเกินไปทำให้หน้ายางเสียดสีกับถนนมากขึ้น ส่งผลให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้น
  • บรรทุกเท่าที่จำเป็น: น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุก 10 กิโลกรัม ส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์โดยตรง

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : พาณิชย์สั่ง คุมราคาสินค้า ฟันแล้ว 5 รายไม่ติดป้ายราคา!


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles